ครับ....

ตามนั้นเลยครับ หลังจากติดงานแปลหนังสือก็หายหัวไปยาวสุดๆเลยผม
 
ดังนั้นแล้ว จึงต้องมีอะไรมาชดเชยกันหน่อย

แต่แทนที่จะเป็นแปลข้อมูลตามเดิม รอบนี้ขออย่างอื่นครับ...

รอบนี้ก็...

https://www.facebook.com/atat.preda/media_set?set=a.394534267318151.1073741831.100002847428944&type=3

แปลนิยายครับ(ฮา)

ชวาสเชสเมเก้น ปัจจุบันยังแปลไม่จบบทที่หนึ่งเลย(แต่คนเขียนอ่านถึงตอนล่าสุดแล้ว ซึ่ง...... Orz)

นอกนี้ก็มีข่าวลือที่แน่จะจริงมาว่าTEจะโดนLCโดยไทก้า.....

คิดซะว่าค่าLCนี่ เอจจะได้ส่วนแบ่งไปทำเกมต่อละกัน.....

รู้สึกหวั่นๆกับคุณภาพซับอย่างบอกไม่ถูกเลยวุ้ย....
http://www.youtube.com/watch?v=RaEP8i_jhsw&feature=player_embedded

http://www.youtube.com/watch?v=TKwzgiFFMVs&feature=player_embedded

http://www.youtube.com/watch?v=OCcccSU0ax8&feature=player_embedded

http://www.youtube.com/watch?v=SVv1Y02ELgs&feature=player_embedded
 

สรุปPV
 
- เลเซอร์คลาสแบบใหม่ สามตา......
- ฟอร์ทคลาสสีใหม่....
- เซ็นจุตสึกิรุ่นใหม่(ดูจากเงา น่าจะเป็น YF-23 แบล็ควิโดว์/เกรย์โกสต์ + ชิรานุย นิกะตะ)
- เซ็นจุตสึกิ(รุ่นเก่า สี)ใหม่ เบลคูทสีแดง

- มีฉากซุ่มยิงจากในนิยาย ที่ทำเอาคนอ่านคาใจมานับหลายปี(ฮา)
- ตัวละครใหม่(น่าจะเป็นพ่อยุย กับเอสเปอร์จากอัลเทอเนทีฟ 3 เซ็ตคริสก้า)
- ภาพแม่ยูยะ อยู่กับคนไม่เห็นหน้าคนนึง กับสมาชิกโคโนเอะอีกสองคน....
- S-11.....
- คำพูดของยูยะ เหมือนกับที่อายามิเนะพูดก่อนระเบิดตัวเองในอัลเทอเนทีฟ...
- คำพูดของคริสก้า เป็นลางไม่ดีสุดๆ... ว่าอาจจะไปก่อนยูยะได้...
- คำพูดของยุย "ฉันเป็นผลลัพธ์จากตัวเลือกของพ่อ ส่วนตัวเลือกของยูยะก็..." ตรงนี้คาใจมากว่า "ตัวเลือก" นั่นคืออะไร....
 
 
เซ็นจุตสึกิรุ่นใหม่ที่่น่าจะเป็นของยูยะ
 
 
เลเซอร์คลาส...
 
ส่วนฉาก (สปอล์ย....) ยุยโดนยิง  ใน PV ก็อย่างที่น่าจะเคยพูดไปแล้ว ว่า (สปอล์ย....)
รอดแน่นอน ในPV 10 ปี ของทางค่ายเอง ก็มีPVที่มีเวอร์ยุยพูดปิดท้าย PVอยู่ โดยเหตุการณ์นั้นยังไม่เกิดขึ้นในนิยาย และจากบทพูด ก็เป็นช่วงเดียวกันกับโอเปเรชั่นโอกะ ซึ่งเกิดหลังจากเหตุการณ์ในฉากจบของTE ไปได้ประมาณ 2 เดือน ดังนั้นยุยไม่ตายเพราะโดนยิงแน่นอนครับ และที่คอนเฟิร์มชัดที่สุด มาจากรายการ เรดิโอ โททัล อีคลิปส์ ที่เป็นรายการวิทยุของTE ซึ่งมีอยู่ตอนนึงที่ทางนากาฮาร่า ไม ได้ออกมายืนยันแล้วว่ายุยจะมีบทบาท"หลังจากนั้น"ไปอีก แต่ในช่วงท้ายของเกมนี่ยังไม่คอนเฟิร์มจนกว่าเกมจะออก
 
 
ดังนั้น สำหรับแฟนๆยุย ก็วางใจได้เปราะนึงล่ะนะครับ

กองทัพสมาพันธ์ยุโรป

EF-2000 Typhoon

[ยูโรไฟตาส]

 

เซ็นจุตสึกิยุคที่ 3 ที่ตั้งเป้าใช้เป็นกำลังหลักของสมาพันธ์ยุโรปในอนาคต

 

หลักจากความล้มเหลวของโอเปอเรชั่น พาเลโอโกส เพื่อหยุดยั้งการบุกรุกของ BETA มายังยุโรปตะวันตกในปี 1978 อังกฤษ เยอรมันตะวันตก และฝรั่งเศส รวมถึงประเทศอื่นๆ ใน NATO ก็มีมติให้ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเซ็นจุตสึกิรุ่นใหม่เพื่อใช้งานแทน F-4 แฟนท่อม และรุ่นปรับปรุงของ F-5 ฟรีด้อมไฟท์เตอร์ อย่างทอร์เนดและมิราจ และในปี 1980 โครงการพัฒนาในนาม ECTSF (European Combat Tactical Surface Fighter) ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 

เนื่องจากเป็นแนวหน้า การเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพจึงต้องทำอย่างเร่งด่วน ในแรกเริ่มจึงมีการกำหนดให้โครงการแล้วเสร็จในปี 1985 โดยการใช้ข้อมูลที่ได้จากโอเปอเรชั่น พาเลโอโกส เพื่อการออกแบบเซ็นจุตสึกิที่มีความสามารถในการบุกทะลวงไฮว์ ว่องไวพอที่จะหลบการโจมตีด้วยเลเซอร์ของเลเซอร์คลาส ความสามารถในกาต่อสู้ระยะประชิดที่เป็นสิ่งที่ขาดหายในรุ่นก่อนหน้า รวมถึงความคล่องตัวและกำลังเครื่องที่ถูกเน้นให้มากขึ้นเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนา โดยเป้าหมายส่วนใหญ่นั้นจะใกล้เคียงกันกับ F-15 อีเกิ้ลที่ถูกพัฒนาโดยอเมริกาในเวลาไล่เลี่ยกัน เว้นเพียงเรื่องการออกแบบสำหรับใช้งานในไฮว์และการรบระยะประชิด

 

แต่แรกเริ่มนั้น เป้าหมายของECTSF คือการสร้างเซ็นจุตสึกิยุคที่ 2 ที่มีความสามารถทัดเทียบได้กับอีเกิ้ลที่เน้นในเรื่องของความคล่องตัว ทว่าประสิทธิภาพของเครื่องต้นแบบที่ได้ในเวลานั้นยังไม่อาจเอาชนะอีเกิ้ลไปได้ รวมไปถึงปัญหาอื่นๆ ทั้งการรุกรานของ BETA ที่คืบหน้าเข้ามาเรื่อยๆ และการถอนตัวของฝรั่งเศสเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในการเลือกเครื่องยนต์หลัก ทำให้โครงการต้องล่าช้าลงกว่ากำหนดอย่างมาก

 

เนื่องจากความสำเร็จในด้านต่างๆของF-15 อีเกิ้ล ที่มากจนถูกเรียกขานว่าเป็นเซ็นจุตสึกิยุคที่ 2 ที่แข็งแกร่งที่สุด ความจำเป็นของโครงการECTSF จึงถูกตั้งคำถามขึ้น ตามมาด้วยการถอนตัวจากการพัฒนาของเยอรมันตะวันตก รวมทั้งแผนการส่งออกอีเกิ้ลที่อเมริกาพยายามขายให้กับยุโรป ทำให้โครงการเข้าขั่นสั่นคลอน หลังจากที่ยุโรปพ่ายให้กับการรุกราน ชาติที่เหลืออย่างอังกฤษจึงกลายเป็นหัวหอกหลักในการพัฒนาต่อ โดยได้เปลี่ยนเป้าหมายของECTSF จากเดิมไปเป็นการพัฒนาเซ็นจุตสึกิยุคที่ 3 แทนการพัฒนาเพื่อให้รบระยะประชิด และเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น ESFP (Experimental Surface Fighter Program) ในปี 1994 ซึ่งจากการอาศัยข้อมูลการพัฒนาแต่เดิม ความต้องการตั้งต้นที่จะออกแบบมาสำหรับใช้ในไฮว์ และข้อมูลของ F-15 ที่ถูกนำเข้ามาเพื่อใช้เก็บข้อมูลในการพัฒนา เครื่องทดสอบรุ่นใหม่ที่ได้นั้นจึงสามารถแสดงถึงประสิทธิภาพในการรบจริงที่สูงมากจนหลายๆประเทศเริ่มจะกลับมาสนับสนุนโครงการกันอีกครั้ง

 

หลังจากนั้น ในปี 1998 จึงมีการจัดตั้งหน่วยรบที่ใช้งาน EF-2000รุ่นผลิตจำนวนมาก(ไทฟูน) ทว่าไทฟูนนั้นได้รับการผลิตเต็มกำลังเพื่อเข้าประจำการจริงก็ในปี2000 เดือน 5 เป็นต้นไป

 

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือหนาหูมาว่า เซ็นจุตสึกิยุคที่ 3 อย่างไทฟูนนั้น ได้รับเทคโนโลยีในการพัฒนาด้านการต่อสู้ระยะประชิดตัว รวมถึงการใช้งานในพื้นที่จำกัดอย่างไฮว์มาจากญี่ปุ่น ทว่าไม่มีการยืนยันเป็นอย่างใด (ที่เข้าเค้าที่สุดคือโครงการนักเรียนทหารแลกเปลี่ยน ที่ส่งมาคาเบะ เซย์จูโร่ ไปประจำที่ฐานทัพโดเวอร์เป็นระยะสั้น การที่ญี่ปุ่นนำเข้า ปืนใหญ่สนับสนุนหน่วยรบ MK57 ในปี 2003 และแนวคิดหลายๆ อย่างของไทฟูนที่ใกล้เคียงกันกับเซ็นจุตสึกิที่ญี่ปุ่นกำลังพัฒนาในเวลานั้น(ทาเคมิคาสึจิ) รวมถึงจากบทสัมภาษณ์ของโยชิมุเนะ โคกิ ที่เจ้าตัวระบุไว้ว่าใส่ความเป็นฟุบุกิลงไปในดีไซน์ของไทฟูนด้วยส่วนหนึ่ง)

 

สำหรับในด้านอุปกรณ์นั้น ไทฟูนติดตั้งคมมีดซูเปอร์คาร์บอนไว้ทั่วร่างตามจุดแหลมต่างๆอย่างเขาที่หน้าผาก ครีบไหล่ หัวเข่า และเท้า ใบมีดติดแขนขนาดใหญ่และครีบที่หัวของไทฟูนนั้นก็ถูกออกแบบมาตามหลักอากาศพลศาสตร์เช่นเดียวกันกับชิรานุยของญี่ปุ่น อาวุธที่ใช้โดยทั่วไปนั้น ก็จะประกอบด้วยปืนจู่โจม GWS-9 ที่ไม่ได้แตกต่างจากปืนจู่โจมรุ่นอื่นนัก ปืนใหญ่สนับสนุนหน่วยรบ MK57 ที่เป็นอาวุธหนึ่งซึ่งเป็นจุดเด่นของไทฟูน และมีประสิทธิภาพพอจะเป่า BETA ให้เละได้ทั้งกลุ่ม รวมถึงระยะยิงที่ไกลจนสามารถใช้เป็นสไนเปอร์ไรเฟิล BWS-8 ฟูลเกลเบิร์ต ขวานมือเดียวที่เป็นอาวุธประจำยุโรปอีกอย่าง ที่มีระยะคมน้อยกว่าดาบของจีนและญี่ปุ่น แต่มีพลังทำลายเฉพาะจุดสูงกว่าด้วยรูปทรงของมัน  และ MWS-3 เกรทซอร์ด “ฟอร์ท สเลเยอร์” ดาบใหญ่สองมือที่สามารถแทงทะลุฟอร์ทคลาสหรือตัดขาของมันได้ในดาบเดียว ทว่ามีน้ำหนักสูงและใช้งานได้ยาก ทำให้แม้จะมีแผนเลิกผลิต แต่เอย์ชิในแนวหน้าหลายๆคนก็ยังเลือกใช้งานดาบเล่มนี้อยู่ ส่วนในด้านอุปกรณ์ป้องกันนั้น นอกจากโล่หนามแล้ว ยังมีการใช้งานเชอร์เชน โล่แบบเดียวกับที่บาบาไลก้าใช้ปรากฏให้เห็นด้วย(ปรากฏใน Duty Lost Acadia)

 

สำหรับการใช้งานนั้น EFSP ที่เป็นรุ่นทดสอบ ถูกใช้งานโดยหน่วย “เรน แดนเซอร์” ตั้งแต่ปี 1985 จนถึงวันที่ 25 เดือน 5 ปี 2001 และถูกใช้งานในประเทศเครือยุโรปอีกนานาประเทศ ยกตัวอย่างเช่นอังกฤษ เยอรมัน อิตาลี่ สเปน ยกเว้นไว้คือฝรั่งเศษที่ใช้ราฟาลที่พัฒนาขึ้นเองด้วยข้อมูลที่มีก่อนถอนตัวออกไป (อิลฟริเด้อ้างว่าราฟาลเป็นรุ่นก๊อปปี้จากไทฟูน แต่ในความเป็นจริงเรียกว่ามีพื้นฐานการพัฒนาแบบเดียวกันจะถูกกว่า) แต่สำหรับหน่วยที่ขึ้นชื่อที่สุดคงไม่พ้น หน่วยยานเกราะที่ 44 แห่งเยอรมนี “เซอร์เบรัส” หน่วยรบที่ใช้ไทฟูนทั้งหน่วย(ยกเว้นสมาชิกในนาม หมายเลข 37 แบบเซจูโร่ไว้คน...) ซึ่งด้วยธรรมเนียมของหน่วยที่ยอมให้ทาสีประจำตัวได้ อีกทั้งเป็นหน่วยที่ประกอบด้วย “7 วีรบุรุษแห่งบริเทน” อยู่ถึง 4 คน คือ พันเอกวิลฟริด วอน ไอเบลเกอร์ ร้อยโทซิกลินเด้ ฟาเรนฮอสต์ ร้อยเอกเกอร์ฮาร์ด วอน ราเลอสไตน์ และร้อยเอกดูวอน สทรุมไกสต์ โดยทั้ง 4 นั้นขับไทฟูนสีดำ ขาว แดง และน้ำเงิน ตามลำดับ โดยถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีรหัสเรียกขานเป็นทางการ แต่ก็เป็นที่รับรู้กันว่า ไทฟูนสีดำของวิลฟรีดนั้น สามารถจัดได้ว่าเป็นไทฟูนเครื่องที่มีสเป็คสูงที่สุด ด้วยกำลังขับที่ถูกจูนให้สูงขึ้น และใช้เป็นเครื่องเก็บข้อมูลการรบ ส่วนเครื่องอื่นๆไม่มีข้อมูลว่าถูกปรับแต่งเครื่องหรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้นความแตกต่างทางด้านสเป็คก็ไม่ได้มีมากหรือต่างกันในหลายๆจุดจนต้องแยกเป็นรุ่นย่อยๆมากมายอย่างทาเคมิคาสึจิ

รุ่นที่ปรากฏ

EFSP

ไทฟูนรุ่นทดสอบ

นักบินที่ปรากฏ

แดนเซอร์-2 โมนิก้า จิอาโคซ่า นามสกุลคุ้นๆไม่ต้องสงสัย พี่สาวของมักโรนีจากTEนั่นเอง...

หน่วยเรนแดนเซอร์คนอื่นๆ ประกอบด้วย ฮิวจ์ วินสตัน, ราเชล ไนท์เลย์, ฟังโก้ เวอร์เวซ, กราแฮม ออสติน, นาเดีย แมนเซล, และพลาโบ มาติเนซ (ด้วยความที่ว่าคนอื่นๆนั้นเป็นตัวประกอบขั้นประกอบสุดๆ จึงขอข้ามรูปไปครับผม...)

* เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เนื้อหาของภาคเรนแดนเซอร์นั้น ดั้งเดิมมาจากนิยายโดจินโดยกลุ่ม "ไฟรด์ ชิคเก้น" ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 คน คืออุโอกิ เทย์, ฮาชิโมโตะ ชิโนบุ, Grenadier, และ เว่ยลิ่วซิน ซึ่งเนื้อหาในส่วนของเรนแดนเซอร์นั้น ไปต้องตาโคกิที่เป็นคนเขียนมัฟลัฟเข้า จึงโดนอัพคลาส จากโดจินกลายเป็นออฟฟิเชี่ยล ส่วนตัวคนเขียนเนื้อหาในส่วนนี้อย่างเว่ยลิ่วซินก็ได้กลายเป็นผู้รับผิดชอบในการเขียนนิยายสั้นลงคอลัมน์TSFIA ของฮอบบี้แจแปน มีส่วนร่วมในการเขียน Intregral work และเป็นผู้เขียนบทของ The day after และ chivken diver ไปโดยปริยาย

ส่วน Grenadier นั้น... ใครพอจะคุ้นๆ ผ่านบล็อคของคนแถวๆนี้ จากรูปแรปเตอร์ล่ะก็ไม่ต้องแปลกใจครับ(ฮา)

EF-2000 ไทฟูน(สีปกติ)

ไทฟูนรุ่นปกติที่พบได้ทั่วไปในแนวรบยุโรป โดยเครื่องที่โดดเด่นคือไทฟูนของสมาชิกหน่วยเซอเบรัส

นักบินที่ปรากฏ

สมาชิกทั่วไปของหน่วยเซอเบรัส ไล่จากซ้ายมาขวาคือ ร็อท-6 เฮลกาโรเซ่ วอน ฟอลเคนไมเยอร์, ร็อท-6 อิลฟริเด้ วอน ฟาลเนอร์, ร็อท-10 ลูน่าเทรเรเซีย วอน วิทซ์เลเบน

ร็อท-11 วูล์ฟกังค์ วอน บราวเออร์(แถวที่ 2 จากซ้าย ด้านล่าง), ร็อท-11 บริจิท วอน เวสเตอร์นัคช์(ขวาสุดในช่องคาแร็คเตอร์ซีเล็ค ฮา)

EF-2000 ไทฟูน(ชวาสโคนิกวูล์ฟ)

เครื่องส่วนตัวของหัวหน้าหน่วยเซอเบรัส เครื่องที่จูนให้มีเอาต์พุทมากกว่ารุ่นทั่วไป โดยใช้ในการเก็บข้อมูลผลการรบจริง ส่วนปัจจุบันก็ยังมีการใช้งานอยู่

EF-2000 ไทฟูน(ไวส์วูล์ฟ)

เครื่องส่วนตัวของคนสนิทของวิลฟรีดผู้เป็นหัวหน้าหน่วย ในความเป็นจริงนั้น ไวส์วูล์ฟไม่ใช่เครื่องระดับจ่าฝูง แต่ได้รับการทาสีประจำตัวด้วยเหตุผลที่ว่าเอย์ชิประจำเครื่องนั้นมีศักย์เทียบเท่ากัน

นักบินที่ปรากฏ

"ราชาหมาป่าดำ" หัวหน้าฝูงเซอเบรัส ผู้นำกองย่อยชวาส หนึ่งใน "7วีรบุรุษแห่งบริเทน" ชวาส-1 วิลฟรีด วอน ไอเบลเกอร์

"หมาป่าขาว" ผู้เทียบเท่าหัวหน้าฝูงเซอเบรัส รองหัวหน้ากองย่อยชวาส หนึ่งใน "7วีรบุรุษแห่งบริเทน" ชวาส-2 ซีกลินเด้ วอน ฟาเรนฮอสต์ (อิลฟรีเด้เรียกเธอว่า "ซี๊กซามะ") อนึ่ง สาเหตุที่เธอไม่ยอมขึ้นเป็นผู้นำกองย่อยมาจากเหตุผลที่ว่าเจ้าตัวต้องการอยู่ข้างวิลฟรีดตลอดเวลา เลยไม่ยอมรับการเลื่อนยศของตนเหมือนหัวหน้ากองอื่นๆ

* ใน PV ครบรอบ 10 ปีของค่ายนั้น มีซีนที่อิลฟริเด้ขับไทฟูนสีขาว ซึ่งยังไม่มีข้อมูลว่าเพราะอะไร เนื่องขากมีความเป็นไปได้หลายอย่างเช่น ได้รับเครื่องสีขาวมาจากซีกลินเด้ ทาสีตาม(วิลฟรีดกับซีกลินเด้เป็นไอดอลของแม่นี่...) และอื่นๆ

EF-2000 ไทฟูน(โซนิค บารอน)

เครื่องส่วนตัวของบารอนความเร็วเสียง

นักบินที่ปรากฏ

"บารอนความเร็วเสียง" ผู้นำกองย่อยร็อท หนึ่งใน "7วีรบุรุษแห่งบริเทน" ร็อท-1 เจอร์ฮาร์ด วอน ราเลอร์สไตน์

EF-2000 ไทฟูน

นักบินที่ปรากฏ

ผู้นำกองย่อยเบลา หนึ่งใน "7วีรบุรุษแห่งบริเทน" เบลา-1 ดูออน สตรุมไกส์ (ยังไม่ทราบฉายาและยังไม่มีมาภาพอย่างเป็นทางการ)

EF-2000 ไทฟูน

รุ่นใช้งานโดยกองทัพอังกฤษ

จนถึงตอนนี้ "7วีรบุรุษแห่งบริเทน" ที่ทราบตัวแล้วมีทั้งหมด 4 คน (วิลฟรีด, ซีกลินเด้, เจอร์ฮาร์ด, ดูออน) ส่วนอีก 3 ยังไม่มีข้อมูลออกมา และยังไม่มีข้อมูลบ่งบอกว่าจะขับไทฟูนที่ทาสีประจำตัวเหมือนอย่าง 4 คนนี้หรือไม่

credit

นอกเหนือจาก Intregral Work ที่เป็นแหล่งข่อมูล และวิเกัยของฝรั่งที่เป็นแหล่งาพประกอบส่วนใหญ่แล้ว ในรอบนี้เพื่ม Duty Lost Acadia เข้าไปอีกเล่ม