สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ก็ถึงเวลาของหุ่นตัวเด่นประจำซี่รี่ย์กันล่ะครับ

 

 

เซ็นจุตสึกิที่แฟนๆของมัฟลัฟทุกคน หรือต่อให้ไม่เคยตามจริงจังก็คงเป็นตัวที่เคยเห็นผ่านตามากที่สุด กับหุ่นที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเกม แน่นอนว่าก็ต้องเป็นตัวแรกที่จะได้แปลอยู่แล้วครับ(ฮา) หากข้อมูลในจุดไหนเหมือนกันกับใน http://fhagane.exteen.com/ หรือบล็อคท่านเอฟนั้น ก็ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าคนที่แปลก็ผมนี่ล่ะครับ(ฮา) ส่วนอันนี้ ใครจะเอาไปโพสก็ไม่มีปัญหาครับแต่อย่าอ้างกันด้านๆละกันครับ ขี้เกียจลิงค์มาก็ขอเครดิตหน่อยนึงก็ยังดี เหอๆ

 

ทัพราชองครักษ์จักรวรรดิญี่ปุ่น  

จักรกลสงครามเดินเท้าทางยุทธวิธี รุ่นปี 00

武御雷 ทาเคมิคาสึจิ (TSF-Type00) [อุตสาหกรรมหนักฟุกะคุ,อนดะเทคนิค]

 

 

ปี1991 ทัพราชองครักษ์ (ทัพโคโนเอะ/Imperial Royal Gurad)แห่งจักรวรรดิญี่ปุ่นได้เริ่มทำการคัดเลือก
รุ่นใหม่เพื่อจะนาแทนที่ F-4J Kai ซุยคาคุ แต่ว่าเครื่องที่มีประสิทธิภาพทางด้านการรบในระยะประชิดตัว
นั้น ไม่มีเครื่องนอกประเทศเครื่องใดที่คุณสมบัติเหมาะสม (อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานั้น) เสียงส่วนมากจึง
เลือกให้นำเข้าF-15 อีเกิ้ล หรือ F-16 ไฟท์ติ้งฟาลค่อน แล้วนำมาปรับปรุงแทน ทว่าสุดท้ายแล้วด้วยความ
ต้องการที่จะแสดงถึงศักยภาพว่าญี่ปุ่นเองก็สามารถผลิตเซ็นจุตสึกิได้โดยไม่ต้องนำเข้า สุดท้ายจึงตัดสิน
ใจให้กำลังหลักของกองทัพในรุ่นถัดไปเป็นผลงานที่สร้างขึ้นด้วยตัวเอง แต่โชคไม่ดีที่ในขณะนั้นทั้ง3บริษัท
ใหญ่ของญี่ปุ่น ประกอบด้วยอุตสาหกรรมหนักฟุกะคุ  อนดะเทคนิค และมิตสุฮิชิ (2อันหลังนี่... เพี้ยนมาจาก
อะไรคงไม่ต้องบอกสินะครับ - - ฮอนด้ากับมิตสุบิชิมาเลย......) กำลังมีโครงการพัฒนาชิรานุยอยู่จึงไม่มี
ทรัพยากรเพียงพอจะแบ่งมาให้กำลังการผลิตรุ่นใหม่ โดยเฉพาะมิตสุฮิชิที่พึ่งจะซื้อไลเซนส์ของF-15มา
จากอเมริกาหมาดๆทำให้ถูกตัดออกจากการคัดเลือกให้สร้างหุ่นของประเทศตัวเองไปอย่างรวดเร็ว และถูก
จัดตั้งให้เป็นฝ่ายดูแลให้การผลิตอยู่ในงบประมาณที่เป็นไปได้แทนที่โดยไม่ได้เกี่ยวข้องในด้านอื่นๆเลย
โดยต่อมาได้มีการนำข้อมูลจากโครงการโยโค(ไม่มีการพูดถึงรายละเอียดของโครงการ) มาวิเคราะห์ และ
ผลที่ได้คือตัดสินใจให้ฟุกะคุออกแบบโครงสร้าง และให้อนดะออกแบบระบบอาวุธ และในปี1992 จึง
ประกาศเริ่มโครงการ “อาสุกะ” อย่างเป็นทางการ

 

สำหรับการใช้งานในเขตราชวังนั้น ทัพราชองรักษ์ต้องการให้รุ่นใหม่ที่จะผลิตขึ้นมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าชิรานุยซึ่งกำลังทำการผลิตอยู่ในตอนนั้น แถมด้วยกำหนดการที่เข้มงวดคือต้องมีเครื่องทดสอบออกมาให้ทันภายในปี1997 และเมื่อรวมกับฐิติของทัพราชองครักษ์ที่ทำการพัฒนาข้ามจากเซ็นจุตสึกิยุคที่1มายังยุคที่3เลยโดยไม่มีความเข้าใจในยุคที่2เสียก่อนทำให้การพัฒนาไม่ราบรื่นแต่ก็ยังมีวี่แววของความสำเร็จให้เห็นลางๆ จนสุดท้ายแล้วทั้ง2บริษัทที่คิดว่าการทำแบบนี้ต่อไปจะไม่มีวันสำเร็จออกมาได้ทันการจึงตัดสินใจนำข้อมูลสำคัญของTSF-X (ชิรานุยรุ่นโปรโตไทป์ที่กำลังพัฒนาอยู่) มาศึกษาเพื่อเป็นการเปิดทางตันออก ถึงจะเป็นการทำให้เหล่าขุนนางในวังไม่พอใจ แต่ทว่าสุดท้ายแล้วมันก็กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การพัฒนาเสร็จสิ้นลงได้ด้วยดี อีกทั้งข้อมูลนั้นก็พัฒนาโดยทีมของญี่ปุ่นอยู่แล้วจึงนับว่าทาเคมิคาสึจิเป็นเซ็นจุตสึกิของญี่ปุ่นได้เช่นกัน แต่ถึงจะว่างั้น สุดท้ายแล้วก็จำเป็นต้องพึ่งข้อมูลจากอเมริกาอยู่ดี เนื่องจากชิรานุยมีโครงสร้างพื้นฐานมาจากF-15 แต่ทีมพัฒนาทาเคมิคาสึจิกลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ต่อมาจึงทำการพัฒนาอาวุธขึ้นติดตั้ง เมื่อรวมงบประมาณที่ใช้ต่อเครื่องแล้วนับว่ามีราคาสูงมาก แต่ทว่าด้วยประสิทธิภาพของเครื่องที่จัดว่าอยู่ในระดับสูงมาก และตั้งใจใช้งานในทัพราชองครักษ์ที่มีหน้าที่หลักคือปกป้องโชกุนแล้วจึงมีความตั้งใจที่จะผลิตขึ้นเพื่อเป็นเครื่องส่วนตัวเท่านั้น ต่อมาในภายหลังถึงจะมีการหาทางลดงบประมาณการผลิตลงได้ สุดท้ายจึงได้รับการอนุญาตให้ผลิตจำนวนมากเพื่อเข้าประจำการณ์ในทัพราชองครักษ์

 


เนื่องจากมีการนำข้อมูลของชิรานุยรุ่นต้นแบบมาใช้ในการผลิต ทาเคมิคาสึจิและชิรานุยจึงสามารถใช้ชิ้นส่วนหลายๆอย่างร่วมกันได้ ในระหว่างการพัฒนาส่วนเกราะทั้งหมดถูกเสริมความแข็งแกร่งครั้งแล้วครั้งเล่า กำลังขับและการตอบสนองที่ไวมากขึ้นทำให้ต้องเขียนOSใหม่สำหรับทาเคมิคาสึจิโดยเฉพาะ จึงกลายเป็น “เซ็นจุตสึกิที่มีแต่ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่บังคับได้” แต่ก็ไม่มีความคิดจะแก้ไขและพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ การพัฒนาทาเคมิคาสึจิก็เหมือนกับการจุดไฟให้เหล่าช่างเทคนิค พาร์ทต่างๆล้วนเป็นของใหม่แกะกล่องที่พัฒนาขึ้นเพื่อทาเคมิคาสึจิโดยเฉพาะ ตามสัน มุม ส่วนคมของเกราะ นิ้วมือ กระทั่งปลายเท้าที่มีส่วนแหลมคมล้วนสร้างขึ้นจากซูเปอร์คาร์บอนและทำให้คมเพื่อใช้แทนมีดดาบ ทั้งหมดเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ยังไม่เคยใช้กับรุ่นอื่นๆมาก่อน และความต้องการประกาศศักดาของบริษัทผู้ผลิตทำให้สุดท้ายแล้วทาเคมิคาสึจิเป็นเซ็นจุตสึกิที่หน้าตาไม่ซ้ำกับรุ่นไหนๆ แต่ก็เสร็จสิ้นช้ากว่ากำหนดการไปปีหนึ่ง 2 ปีต่อมาก็มีความคิดที่จะแยกเป็น 6 รุ่นตามลำดับชั้นยศแบบขุนนางญี่ปุ่นโบราณ และในปี2000 นี้เองที่ได้เริ่มทำการผลิตเข้าประจำการทั้ง6รุ่น พร้อมกับตั้งชื่อว่าทาเคมิคาสึจิอย่างเป็นทางการ ทาเคมิคาสึจิในช่วงแรกนั้น หากไม่ใช่นักบินประสบการณ์โชกโชนแล้วเรียกว่าไม่สามารถบังคับได้ดั่งใจเลย แต่ด้วยระบบเดต้าลิงค์และการพัฒนาระบบต่อมาเรื่อยๆจึงทำให้การบังคับง่ายขึ้นกว่าในช่วงแรกมาก โดยหน่วยแรกๆที่ได้รับทาเคมิคาสึจิคือหน่วยรบที่16 ที่ถูกคัดเลือกในฐานะหน่วยองครักษ์ของโชกุนและ5ตระกูลราชวงศ์ และหน่วยทดสอบอาวุธใหม่(ชื่อที่รู้จักกันทั่วไปคือชิโร่ยคิบะ/ไวท์แฟงค์ หรือหน่วยที่ทาคามุระ ยุย หนึ่งในตัวเอกของภาคTotal Eclipse ประจำการอยู่ก่อนมาที่อลาสก้าในช่วงเริ่มเรื่องของนิยาย)  

 

ทาเคมิคาสึจิทั้ง6แบบนั้น หากจะเรียกให้ถูกต้องคือมี4รุ่น และมี6สี เรียงจากตำแหน่งสูงไปต่ำคือ สีม่วงสำหรับโชกุน สีน้ำเงินสำหรับ5ตระกูลราชวงศ์ สีแดงสำหรับซามูไรผู้มีตำแหน่งใกล้ชิดกับ5ตระกูล สีเหลืองสำหรับเอซไพล็อท สีขาวสำหรับหัวหน้าหน่วย และสีดำสำหรับทหารทั่วไป โดยสีม่วงจนถึงสีเหลืองจะลงสีแบบมันวาว ส่วนสีขาวและสีดำจะทำสีด้าน สาเหตุที่ทำสีแบบนี้นั้นมี2ข้อใหญ่คือ การทำลายพรางไม่ได้ผลกับตาของBETA และยังเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจทหารในอีกทางหนึ่ง ซึ่งระบบสีนี้ก็ใช้เช่นเดียวกันกับF-4J Kai ซุยคาคุ ยิ่งเป็นสีที่ตำแหน่งสูง ก็จะยิ่งถูกจูนเครื่องมาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามลำดับ

 

ในปี 2001 ภายหลังปฏิบัติการณ์โอวกะ ชื่อของทาเคมิคาสึจิก็กลายเป็นที่รู้จักโด่งดังไปในระดับโลกในฐานะเซ็นจุตสึกิที่มีความสามารถในการสู้รบระยะประชิดตัวสูง

 

โดยทั่วไปมักเรียกว่า “เรย์ชิกิ(รุ่นที่ศูนย์)” แต่สำหรับต่างประเทศจะเรียกว่าType-00R หรือ F-00R แทน

 

 

จุดเด่นคือความคล่องแคล่วว่องไวและกำลังเครื่องที่เหนือชั้น และสำหรับเซนจุตสึกิของญี่ปุ่นแล้วได้ให้ความสำคัญที่การจู่โจมด้วยดาบแล้วนั้น ทาเคมิคาสึจิก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งไม่เพียงแต่การใช้ดาบ ในด้านการรบระยะประชิดยังได้ติดตั้งกริชความถี่สูงไว้ในเกราะแขนทั้งสองข้าง เซนเซอร์ตามส่วนต่างๆของร่างกาย รวมถึงขอบมุมของเกราะส่วนต่างๆที่ทำเป็นคม โดยเฉพาะนิ้วมือและเท้าที่ทำจากซูเปอร์คาร์บอนที่ทนทานทำให้ถูกยกย่องว่าเป็นเซนจุตสึกิที่มีความสามารถในการรบประชิดตัวสูงที่สุด ซึ่งทาเคมิคาสึจินอกจากคมมีดตามตัวแล้วก็ยังใช้อาวุธมาตรฐานของญี่ปุ่นได้อย่างปืนจู่โจมรุ่นปี87 ที่เป็นรุ่นมาตรฐานที่ใช้กันทุกรุ่นของญี่ปุ่น ติดตั้งปืนกล36มม.และเกรเน็ดลันเชอร์แบบเปลี่ยนหัวกระสุนได้120มม. ปืนสนับสนุนรุ่นปี87 ที่เหมือนกับปืนจู่โจมแต่ถอดเกรเน็ดลันเชอร์ไปเป็นลำกล้องสโคปและยืดลำกล้องให้ยาวขึ้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำและพลังในการเจาะทะลวง ดาบยาวรุ่นปี74 ที่แต่เดิมออกแบบมาพร้อมกับเกคิชินเพื่อส่งขายให้ญี่ปุ่น และกลายเป็นอาวุธที่เซ็นจุตสึกิทุกรุ่นของญี่ปุ่นขาดไม่ได้และยังคงเป็นที่เดียวที่มีการใช้งานจนปัจจุบัน ตัวดาบไม่เน้นความคมแต่อาศัยผลจากโมเมนตัมในการฟัน โล่รุ่นปี92 ติดรีแอคทีฟอาเมอร์แบบ6เหลี่ยม กริชความถี่สูงที่ซ่อนไว้ที่ส่วนแขนและจะดีดออกมาเวลาใช้งาน มีดสั้นรุ่นปี65 (มีการใช้ให้เห็นครั้งเดียวในเกมโดยมิโคโตะ และมีแถมมากับโมเดล แต่เก็บไว้ตรงไหนยังเป็นปริศนา....) และสุดท้ายคือระบบทำลายตัวเองS-11 ซึ่งตัวระเบิดสามารถถอดไปติดตั้งในจุดที่ต้องการแล้วสั่งให้ทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องพลีชีพไปด้วยหากไม่จำเป็น ซึ่งมีพลังทำลายเทียบได้กับระเบิดนิวเคลียร์หย่อมๆ ทว่าในทางกลับกันแล้วนี่เป็นส่วนที่ทำให้ทาเคมิคาสึจิมีค่าบำรุงรักษาสูงมาก เมื่อรวมกับโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ไม่สามารถติดอาวุธหลายๆแบบได้(ปืนรุ่นของต่างประเทศ, มิสไซล์ลันเชอร์) ทำให้นอกจากกองทัพจักรวรรดิแล้วไม่มีการสั่งซื้อไปใช้ จึงพูดได้ว่าเซนจุตสึกิของยุโรป โซเวียต หรืออเมริกานั้นได้รับการยอมรับมากกว่าในวงกว้าง

 

โดยทั่วไปใช้ในภารกิจคุ้มกันโชกุน ทว่าไม่เพียงแต่ภารกิจคุ้มกัน เนื่องจากแนวคิด “คนของโชกุนควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน และไม่ควรปล่อยแต่เพียงประชาชนไปรบแนวหน้าแต่ต้องมีส่วนร่วมด้วย” ทาเคมิคาสึจิจึงมีส่วนร่วมในแผนการบุกโจมตีจากที่แต่เดิมไม่เคยคิดใช้เพื่อการนั้น

 

หลังจากที่ทาเคมิคาสึจิกลายเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ในการประชุมกับกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น(ทัพจักรวรรดิและทัพราชองครักษ์ของญี่ปุ่นนั้นถึงจะเป็นประเทศเดียวกันแต่แยกส่วนกองทัพไม่เกี่ยวข้องกัน) ได้มีคำถามขึ้นมาว่า “ทำไมถึงมีแต่ทัพราชองครักษ์ที่มีของดีๆใช้ หมายความว่ายังไง?” ทว่าด้วยราคาที่สูงลิบลิ่ว ในปีหนึ่งๆผลิตได้แค่ราวๆ 30 เครื่อง(แต่ถ้าใครดูจากบทเคียวเซย์ใน Muv Luv Alternative Chronicle 02 แล้วละก็.... จะพบว่าในฉากจบก่อนขึ้นเครดิตนั้นมีทาเคมิคาสึจิยืนอยู่เป็นจำนวนที่เรียกได้ว่า..... เยอะโคตรๆ.......) แถมยังมีค่าบำรุงรักษาที่สูงและจำเป็นต้องดูแลอย่างดี ทำให้หลังจากที่ทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นรู้เรื่องนี้แล้วก็เลิกคิดจะเอาทาเคมิคาสึจิเข้าประจำการไปแทบจะในทันทีที่ได้ยิน

 

ผลงานที่โดดเด่นของทาเคมิคาสึจิคือปฏิบัติการณ์โอวกะซึ่งเกิดขึ้นในปี 2001 เดือน 12 การบุกโจมตีออริจินอลไฮว์ในโครงการณ์อัลเทอเนทีฟ 4 โดยหน่วยพิเศษA-01 อิซุมิวัลคิรี่นั้น ที่บุกเข้าไปนอกจากทาเคมิคาสึจทั้ง5เครื่องที่เครื่องหนึ่งเป็นของโชกุน อีก4เครื่องได้มาจากหน่วยรบที่19ของทัพราชองครักษ์แล้วก็คือสุซาโนโอะ ยงกะตะ รวม6เครื่องเท่านั้น ถึงแม้ว่าสุซาโนโอะจะเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลกขณะนี้ แต่ด้วยจำนวนที่ถูกBETAในไฮว์ทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่นทำให้เป็นเรื่องยากที่จะทำสำเร็จได้ แต่ด้วยแผนการที่ให้ไฮว์ทั่วโลกถูกโจมตีพร้อมๆกันเพื่อรวนระบบป้องกันของBETAแถมด้วยการให้สหประชาชาติส่งกองกำลังเข้ามาอีกทางของศจ.โคซึกิ ยูโกะ ทำให้แผนการณ์สำเร็จไปได้ ถึงอย่างนั้นการที่ทัพของสหประชาชาติถูกสัญญาณหลอกอย่างจงใจให้ไปในทิศทางอื่นที่ไม่ใช่แกนกลางของไฮว์โดยยูโกะเอง ทำให้หน่วยA-01ยังคงต้องเจอกับBETAจำนวนรวมล้านตัว ถึงแม้ปฏิบัติการณ์จะสำเร็จ ก็ทำให้เกิดข้อสงสัยที่ว่าที่สำเร็จได้นั้นเป็นเพราะทาเคมิคาสึจิแน่หรือไม่ในเมื่อมีสุดยอดอาวุธอยู่อีก1 หากแต่ว่าก็ยังทำให้ทาเคมิคาสึจิกลายเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้จากครั้งนี้เอง (ยังมีเรื่องที่ว่าทาเคมิคาสึจิทั้งหมดถูกทำลาย รวมถึงสุซาโนโอะเองอีกด้วย แถมศัตรูร่วมล้านนั่น ก็ไม่ได้ถูกกำจัดทั้งหมดแต่ปฏิบัติการณ์จบลงทันทีที่แกนกลางของไฮว์ถูกทำลาย)

 

รุ่นต่างๆของทาเคมิคาสึจิ

 

Type-00R(สีม่วง)

 

 

เครื่องสีม่วงมีไว้สำหรับโชกุน โคบุอิน ยูฮิ เป็นผู้ใช้งานเท่านั้น ทำให้มีการล็อคข้อมูลทางกายภาพของนักบินไว้ทำให้ไม่มีใครอื่นสามารถขับทาเคมิคาสิจิสีม่วงได้นอกจากยูฮิ และร้อยตรีมิตสุรุกิ เมย์ยะผู้เป็นฝาแฝดเท่านั้น(ทำให้ไม่มีข้อสรุปว่าในฉากจบของเนื้อหาภาคUnlimitedนั้น ที่ทาเครุไม่ขับทาเคมิคาสึจิที่เมย์ยะยกให้นั้นเป็นไปได้ว่า ทำลายทิ้งไปแล้วตามความต้องการของเจ้าตัวที่ถ้าทาเครุไม่ยอมขับก็ให้ทำลายทิ้งเสีย หรือเป็นเพราะไม่สามารถขับได้กันแน่ก็ยังไม่มีการยืนยัน) ซึ่งเครื่องสีม่วงที่พบในเกมนั้น เป็นเครื่องที่2ที่ยูฮิสั่งให้สร้างขึ้นแล้วมอบให้เมย์ยะ ส่วนเครื่องแรกนั้นยังคงอยู่ในวัง

 

เป็นรุ่นที่สมรรถนะสูงที่สุดในทุกรุ่นเนื่องจากมีงบประมาณไม่จำกัดในการสร้าง และเป็นรุ่นที่โด่งดังที่สุด ส่วนเซนเซอร์เป็นเหมือนดวงตา เครื่องยนต์ใช้รุ่น FE108-FHI-227 ความสูง19.4 เมตร การใช้งานเพียงครั้งเดียวในเรื่องคือปฏิบัติการณ์โอวกะ

 

 

นักบินที่ปรากฏมีเพียงมิตสุรุกิ เมย์ยะเพียงคนเดียว

 

Type-00R(สีน้ำเงิน)

 

 

ทาเคมิคาสิจึสำหรับขุนพลและเหล่าตระกูลราชวงศ์ที่ทำงานภายใต้บัญชาของโชกุนโดยตรง ซึ่งประกอบด้วยตระกูลโคบุอิน อิคารุกะ  ไซอนจิ คุโจ และทาคะซึคาสะเท่านั้น เนื่องจากเป็นไทป์Rเช่นเดียวกับเครื่องสีม่วงทำให้ประสิทธิภาพเท่ากันทุกด้าน แต่จุดที่ต่างออกไปคือสีม่วงมีเพียงเครื่องเดียว(หากนับของยูฮิที่เก็บไว้ในวังอีกก็มี2เครื่อง) แต่สีน้ำเงินจะมีการผลิตขึ้นมากกว่าเครื่องเดียวแต่ก็ยังนับว่ามีจำนวนน้อยมาก และสีม่วงจะจูนเต็มที่ทุกด้าน แต่สีน้ำเงินจะจูนตามความต้องการของเอย์ชิมากกว่า การใช้งานที่พบคือในปฏิบัติการบุกโจมตีไฮว์ที่21 ที่เกาะซาโดกาชิม่าโดยแม่ทัพใหญ่หน่วยรบที่16

 

 

 

นักบินที่ปรากฏ หัวหน้าหน่วยรบที่16แห่งทัพราชองครักษ์ “แม่ทัพใหญ่” นายน้อยแห่งบ้านอิคารุกะ (ที่มักมีคนเข้าใจผิดว่าเป็นนารุมิ ทาคายูกิ เพราะคนพากย์เสียงคือคนเดียวกัน) และนี่คือภาพเดียวของเฮียแก.... เจ้าของเงานะไม่ใช่เจ้าของมือ(ฮา) โผล่มาในตอนพิเศษที่แถมมากับฮารุโกะมาเนียค

 

Type-00F(สีแดง)

 

 

ทาเคมิคาสึจิสำหรับซามูไรผู้มีตำแหน่งใกล้ชิดตระกูลราชวงศ์ เมนเซนเซอร์เป็นแบบชิ้นเดียว กำลังเครื่องด้อยกว่าไทป์Rเล็กน้อย แต่สำหรับเครื่องของร้อยโทซึคุโยมิ มานะ นั้นเป็นกรณีพิเศษที่ได้จูนเครื่องให้เทียบเท่ากับไทป์R เครื่องยนต์ของไทป์F ใช้แบบ FE108-FHI-225 ที่มีกำลังขับด้อยกว่า ทาเคมิคาสึจิสีแดงได้มีการใช้งานในเหตุการณ์กบฏเมื่อวันที่5เดือน12 การบุกไฮว์ที่21ที่เกาะซาโดกาชิมะ และการป้องกันฐานทัพโยโกฮาม่า และได้มอบให้ร้อยตรีซาคากิ จิสุรุใช้ในปฏิบัติการณ์โอวกะ และอีกเครื่องที่พบคือเครื่องของหัวหน้าหน่วยบุกทะลวง มาคาเบะ เซจูโร่ ไม่ทราบข้อมูลการปฏิบัติการณ์แน่ชัด

 

นักบินที่ปรากฏ

 

ซึคุโยมิ มานะ องครักษ์ของเมย์ยะ

 

ซาคากิ จิสุรุ รักษาการณ์หัวหน้าหน่วยA-01ในช่วงปฏิบัติการโอวกะ

 

หัวหน้าหน่วยวูล์ฟบรีส ลูลูช มาคาเบะ เซจูโร่

 

 

Type-00F(สีเหลือง)

 

 

ทาเคมิคาสึจิรุ่นที่มีไว้สำหรับเอซไพล็อต รวมถึงผู้มีตำแหน่งเทียบเท่า สเป็คเครื่องเหมือนกับรุ่นสีแดงซึ่งเป็นไทป์เดียวกัน และเป็นทาเคมิคาสึจิเครื่องแรกที่ปรากฏต่อสายตาชาวต่างชาติส่วนหนึ่งที่ฐานทัพอลาสก้าในโครงการณ์XFJ โดยร้อยโททาคามุระ ยุย และใช้งานครั้งแรกในการปะทะกับหน่วยอาร์กอสก่อนได้รับความเสียหายเล็กน้อยหลังจากประมือกับชิรานุย นิกะตะซึ่งอยู่ในช่วงพัฒนาของร้อยตรียูยะ บริดจ์ และหลังจากนั้นไม่มีการนำออกมาใช้อีกเลยจนกระทั่งเหตุการณ์ก่อการร้ายในภายหลัง (ส่วนหลังจากนี้ยังไม่มีข้อมูล เนื่องจากฉบับนิยายของโททัลอีคลิปส์ที่ออกมาจนครบในTechgain นั้นได้จบลงไปแล้ว ส่วนแบบรวมเล่มยังออกไม่ครบ ก่อนจะมีข้อมูลมาจากรายการวิทยุ โททัลอีคลิปส์เรดิโอ ที่พูดถึงฉากจบของนิยายและมีซาวด์ดราม่าในส่วนของเนื้อหาหลังฉากนั้น และบนแถบคาดหน้าปกของหนังสือTSFIA Cross Operation เล่ม 4 เองก็ได้มีข้อความที่ระบุไว้ว่าทั้งหมดที่มีการตีพิมพ์ไปนั้นเป็นเพียงเนื้อเรื่องช่วงที่1(จากกี่ช่วงไม่รู้......)ของเนื้อหาในโททัล อีคลิปส์ เท่านั้น ส่วนเนื้อหาหลังจากนี้ จะทำเป็นนิยายต่อ ปรากฏในอนิเมที่จะฉายปีนี้ หรือปรากฏในเกมของภาคนี้ซึ่งกำลังทำอยู่ก็ไม่ทราบได้)

 

นักบินที่ปรากฏคือทาคามุระ ยุย หนึ่งในนางเอกจากภาคโททัล อีคลิปส์ ส่วนคนที่อยู่หน่วยไวท์แฟงค์เช่นเดียวกับยุยในช่วงเริ่มเรื่องอย่างอามามิยะ(สาวตัวประกอบแต่ก็ได้บทเป็นลูกน้องคนสนิทของยุยนะเอ้อ...) นั้นไม่มีการพูดถึงว่าได้ใช้ทาเคมิคาสึจิด้วยหรือไม่แต่มีความเป็นไปได้หากดูจากที่เป็นหน่วยยอดฝีมือ(ส่วนที่ขับชิรานุยกันทั้งหน่วยในช่วงเริ่มเรื่องนั้นเป็นเพียงซิมุเลเตอร์เท่านั้น)

 

ทาคามุระ ยุย

 

อามามิยะ

 

Type-00A

 

 

รุ่นสำหรับหัวหน้าหน่วย มีเพียงสีขาวเท่านั้น หน้าตาภายนอกเหมือนกับรุ่นFแต่มีสเป็คเครื่องต่ำกว่า หากเทียบกับรุ่นปกติหรือไทป์Cนั้นจะมีดีกว่าที่ความเร็วและเซนเซอร์เท่านั้นจึงเปรียบเหมือนเป็นรุ่นความเร็วสูง เครื่องยนต์ใช้รุ่น FE108-FHI-225 ใช้งานโดยหน่วยย่อยที่19 ก่อนมอบให้สมาชิกหน่วยA-01ในภายหลัง

 

นักบินที่ปรากฏ สามเมดติงต๊องหน่วยย่อยที่19 ร้อยตรีคามิโยะ ทัตซึมิ ร้อยตรีโทโมเอะ ยูกิโนะ ร้อยตรีเอบิสุ มินากิ และหน่วยA-01 ในช่วงปฏิบัติการณ์โอวกะ ร้อยตรีอายามิเนะ เคย์ ร้อยตรีทามาเสะ มิกิ และร้อยตรีโยโรย มิโคโตะ

 

จากซ้ายไปขวา คามิโยะ ทัตสึมิ, โทโมเอะ ยูกิโนะ, เอบิสุ มินากิ

 

อายามิเนะ เคย์

 

ทามาเสะ มิกิ

 

โยโรย มิโคโตะ

 

Type-00C

 

 

รุ่นสีดำสำหรับทหารทั่วไปของทัพราชองครักษ์ เป็นรุ่นที่มีสเป็คเครื่องต่ำที่สุดของทาเคมิคาสึจิ มีจุดเด่นคือดีไซน์ส่วนหัวที่มีครีบเดียว แต่ก็ยังมีความแข็งแกร่งของข้อต่อสูงกว่าชิรานุยถึง60% และกำลังเครื่องที่มากกว่า20% ใช้เครื่องยนต์รุ่น FE108-FHI-223 มีส่วนสูงที่น้อยกว่ารุ่นอื่นๆคืออยู่ที่18.7เมตร ยังคงถือว่าบังคับยากแต่เพราะเดต้าลิงค์ทำให้นักบินสามารถควบคุมได้ง่ายขึ้น มีอัตราส่วนเป็น7ใน10 ที่ถูกผลิตขึ้น และมักใช้ยิงโจมตีมากกว่าเข้ารบประชิดตัว

 

ไม่มีนักบินที่โดดเด่น (เบ๊....................)

 

นอกจากนี้ยังมีสเป็คสำหรับส่งขายแก่สหประชาชาติ โดยใช้สเป็คพื้นฐานมาจากรุ่นFและรุ่นC และมีระบบหล่อเย็นที่พัฒนาขึ้นใหม่ ถูกใช้งานในปฏิบัติการณ์บุกไฮว์เอเวนส์ที่ไซบีเรีย เนื่องจากในปี2002 นานาชาติต่างอยู่ในสภาวะสงครามเย็นแก่งแย่งกันบุกไฮว์เพื่อครอบครองธาตุG ซึ่งใช้ในการผลิตGบอมบ์ที่เป็นเหมือนระเบิดมิติ และยังเป็นธาตุสำคัญที่ใช้เป็นเหมือนแหล่งพลังงานของสุซาโนโอะที่ทรงพลังถึงขั้นมีอาวุธอย่างปืนคลื่นบิดผันที่ทำลายส่วนบนดินของไฮว์ได้ในนัดเดียว ในช่วงที่การแข่งขันสูงเช่นนี้จึงมีความคิดที่จะส่งทาเคมิคาสึจิออกไปขายแก่ชาติอื่นๆ หากแต่ถ้าใช้สเป็คที่เท่ากันทุกประการแล้วจะทำให้มีราคาสูงเกินไป จึงเปลี่ยนเกราะจากซูเปอร์คาร์บอนมาเป็นพลาสติคลามิเนตแทนทำให้พลังป้องกันลดลงไปอย่างมากแต่ก็มีน้ำหนักเบากว่า ปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้ในภูมิประเทศเขตหนาว ใช้OSแบบXM3 และทำการส่งไปทดสอบก่อนตัดสินใจเริ่มผลิตเข้าแข่งในตลาดโลกที่แต่ละประเทศต่างแข่งขันกันบุกไฮว์ และทาด้วยสีน้ำเงินของสหประชาชาติทำให้ได้ชื่อเล่นว่า “UNบลู”

 

Type-00F

 

Type-00C

 

 

ตารางแสดงกำลังเครื่องในแต่ละรุ่นหากเทียบเป็นเปอร์เซนต์

 

Type-00R

Type-00F

Type-00A

Type-00C

Type-94

Type-00R

100

90

80

70

60

Type-00F

110

100

85

80

65

Type-00A

125

115

100

90

75

Type-00C

140

130

110

100

85

Type-94

170

155

135

120

100

 

ส่วนหลังจากนี้จะแปลตัวไหนต่อ... จะตามลำดับที่ปรากฏในเกม ในอนิเม ตามสายพัฒนา ตามโมเดลที่ออก หรือตามใจคนแปลก็ขึ้นกับดวงล่ะครับ(ฮา)

 

เครดิตเหมือนรอบที่แล้วครับผม

 

ปล.ยาวปานเอกสารราชการ(ฮา)

http://i140.photobucket.com/albums/r36/seedfever/Blog/Ikaruga.png

edit @ 28 Feb 2012 15:27:17 by Replikia

edit @ 28 Feb 2012 15:27:45 by Replikia

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ จะรอติดตามต่อไป big smile

#2 By SHADOW (182.53.18.152) on 2012-02-28 17:50

นี่แหละ พระเอกของเกมมมมมมมมม!!Hot! Hot! Hot!

#1 By Hagane F คุง on 2012-02-28 16:13