หายหัวไปนาน(ฮา) เตือนล่วงหน้าว่ารอบนี้ภาพหุ่นไม่เท่าไหร่แต่นักบิน เยอะจนน่ากลัวเลยล่ะครับ... แต่ก่อนอื่นก็แจ้งอัพเดตข้อมูลในส่วนที่ผ่านมาก่อน คือ

 

ทาเคมิคาสึจิ 00R (รุุ่นสีน้ำเงิน) หัวหน้าหน่วยที่16 ทัพราชองครักษณ์, ผู้คุมอำนาจแท้จริงเหนือโชกุน(ในเรื่องส่วน The Day After ของโลกUnlimited) แม่ทัพใหญ่อิคารุกะ(ภาพจากโครนิเคิล03 ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าเฮียแกแต่ก็ยังไม่รู้ชื่ออยู่ดี....)

 

ทาเคมิคาสึจิ 00C ชิโรกาเนะ ทาเครุในเนื้อหาส่วนเดียวกัน(ยังไม่มีการพูดถึงว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้มาอยู่กับโคโนเอะในสภาพนี้)

 

และนักบินตกหล่นของ F-15E สไตรค์อีเกิ้ล "ชิคเกนไดเวอร์" Aquila01 อังรี กิสเช่น(ตัวละครที่เรทติ้งดีในหมู่สาวรุ่นป้า..... ข้อมูลจากแบบสอบถามที่ญี่ปุ่น.....)

 

ทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น

จักรกลสงครามเดินเท้าทางยุทธวิธี รุ่นปี 94

不知火ชิรานุย (TSF-Type94) [อุตสาหกรรมหนักฟุกะคุ, อุตสาหกรรมหนักมิตสุฮิชิ, อุตสาหกรรมหนักคาวาซากิ]

 


 

ในปี1983 ได้มีการเริ่มเลือกหาเซ็นจุตสึกิที่จะนำมาใช้เป็นกำลังหลักของกองทัพ และได้รับการโฆษณาว่าเป็นโครงการTSF-X รุ่นที่2 ใน5ปีให้หลัง (ถ้านับซุยกาคุที่เบสมาจากF-4Jเกคิชินที่เป็นรุ่นย่อยของแผนท่อมจากอเมริกาอีกทีว่าเป็นเครื่องแท้ๆของญี่ปุ่นล่ะก็นะ...)  โดยถือรุ่นใช้งานจริงล่าสุดในตอนนั้นอย่าง F-14 ทอมแคท, F-15 อีเกิ้ล หรือ F-16 ไฟท์ติ้งฟาลค่อนเป็นเป้าหมายที่จะซื้อไลเซนส์เข้ามาเพื่อใช้เป็นเบส ทว่าเนื่องจากสถานการณ์ในตอนนั้นที่อเมริกาได้เข้าสนับสนุนNATOในการตีโต้BETAที่แถบยูราเซียโดยการเสริมกำลังเข้าในแนวป้องกันของยุโรปและเลื่อนการสนับสนุนประเทศในแถบเอเชียออกไปแบบไม่มีกำหนด ทำให้ในเวลานั้นญี่ปุ่นที่มีแต่F-4จึงเริ่มระแวงว่าในอนาคตมีความเสี่ยงสูงที่อเมริกาจะลดความน่าเชื่อถือลง จึงมีการเสนอขึ้นในกองทัพว่าควรจะเปลี่ยนมาผลิตเซ็นจุตสึกิใช้เองในประเทศแทนที่จะรอต่างชาติเป็นหลักเช่นแต่ก่อน เมื่อมีกระแสความไม่พอใจออกมาเช่นนี้จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยอมเข้าช่วยเหลืออย่างลับๆในด้านการให้การศึกษาแก่นักวิจัยญี่ปุ่นเพื่อจะให้สร้างเซ็นจุตสึกิของตัวเองได้ในโครงการณ์เบื้องหลัง “โยโค” และในส่วนของการพัฒนานั้นก็ได้พัฒนากันเองในประเทศด้วยความร่วมมือของ3บริษัทใหญ่โดยนำเอาความรู้จากเมื่อครั้งพัฒนาเกคิชินกับซุยกาคุมาใช้ร่วมด้วย

 

 

เมื่อช่วงแรกเริ่มการออกแบบนั้นเหล่าบริษัทได้มีเสียงบ่นว่าการที่พวกขุนนางตั้งใจให้พัฒนารุ่นใหม่ออกมาเรื่อยๆแบบนี้นั้นเป็นเรื่องที่เกินความสามารถทางด้านวิทยาการและงบประมาณของญี่ปุ่นมากเกินไปต่างกับอเมริกาที่ทั้งเทคโนโลยี เงินทุน และวัตถุดิบมีเหลือเฟือ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าทางด้านการออกแบบทีมพัฒนาจึงตั้งใจให้รุ่นที่จะพัฒนาขึ้นนี้สามารถใช้เป็นกำลังหลักได้เกิน10ปี จะดีกว่าการต้องออกแบบรุ่นใหม่มาเรื่อยๆ และถ้าจะใช้เป็นกำลังหลักด้วยเลยนั้นก็จำเป็นต้องมีราคาและประสิทธิภาพที่เหมาะสมจึงจำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพให้ได้มากขึ้นด้วยงบที่จำกัด เริ่มจากส่วนเกราะที่ทำจากโลหะผสมชนิดใหม่ บางและมีน้ำหนักเบาลงกว่ารุ่นก่อนอย่างเกคิชิน แต่สามารถทนลำแสงของBETAได้มากราว10วินาทีก่อนจะถูกทำลาย OSรุ่นใหม่สำหรับการบังคับที่คล่องตัวขึ้น และระบบเชื่อมต่อภายในด้วยสายออพติคัลไฟเบอร์ซึ่งกลายเป็นระบบ OBL(Operation By Light) ที่เป็นระบบหลักในการเชื่อมต่อของเซ็นจุตสึกิยุคที่3 ติดตั้งระบบเดต้าลิงค์สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลของทุกเครื่องเข้าด้วยกันเพื่อให้การวางแผนปฏิบัติกาณ์สามารถทำได้แบบเรียลไทม์ไม่ต้องรอการรายงานจากผู้ที่เจอเรื่องโดยตรง ทำให้โครงการพัฒนาถูกยกระดับขึ้นไปเทียบเท่ากับโครงการ ATSF ที่อเมริกาและนานาชาติกำลังเริ่มพัฒนายุคที่3กันอยู่ได้ ทว่าแม้นี่จะกลายเป็นตัววัดระดับยุคที่3แล้ว แต่ก็ยังมีหลายๆชาติพูดว่าถึงจะเริ่มเข้าสู่ยุคที่3ได้แต่การจะสานต่อให้เสร็จด้วยวิทยาการของญี่ปุ่นเองมันเป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่เรื่องของโลหะผสมที่จะทำให้ได้สเป็คตามนั้น ยังไม่รวมถึงการข้ามขั้นไปยังยุค3เลยทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์ของยุค2(ถึงแม้ในภายหลังจะมีทาเคมิคาสึจิที่ “โม้” ว่าพัฒนาโดยไม่พึ่งต่างชาติและเซ็นจุตสึกิยุค2ก็เถอะ.....) ทีมพัฒนาจึงทำการศึกษาวิทยาการเพิ่มเติมจากโครงการยานอวกาศอย่างโปรเจคท์โพรเมเทอุสเพื่อจะหาวัสดุที่เหมาะสม ในด้านOSนั้นทางด้านมิตสุฮิชิได้เริ่มพัฒนาใหม่หมดอย่างเป็นเอกเทศไม่ยึดพื้นฐานจากเครื่องของต่างชาติ และค่อยๆยกระดับวิทยาการของตนเองให้สูงขึ้นเรื่อยๆเพื่อที่จะพัฒนาต่อให้เสร็จสิ้นให้ได้

 

ในปี1985 หลังเริ่มโครงการได้ไม่กี่ปีแต่ก็พบว่าไม่มีความคืบหน้าเลยนั้น เมื่อทราบว่าได้มีการติดต่อขอซื้อF-15อีเกิ้ลมา12เครื่องนั้น ทีมพัฒนาได้ทำการขออีเกิ้ลมาจากกลุ่มทดสอบ4เครื่องเพื่อนำมาศึกษา และได้ชะงักการพัฒนาชิรานุยเพื่อไปผลิตF-15J คาเกโร่ขึ้นใช้ก่อน หลังจากผลิตไปได้จำนวนหนึ่ง(188เครื่อง) ก็ได้รวบรวมประสบการณ์ของผู้ผลิตและกระแสตอบรับของนักบินที่ได้ขับคาเกโร่ว่าต้องการเครื่องที่เป็นเช่นไรได้มากพอก็กลับมาเริ่มพัฒนาชิรานุยต่อ และในท้ายสุดแล้วเซ็นจุตสึกิยุคที่3แบบแรกของโลกก็กลายเป็นตำแหน่งของชิรานุยที่พัฒนาเสร็จก่อนรุ่นอื่นๆที่กำลังพัฒนาในขณะนั้นในปี1994 และได้เริ่มเข้าประจำการในแนวหน้าหลายๆแห่งของญี่ปุ่นควบคู่กันกับเกคิชิที่มีประจำการอยู่ก่อนแล้ว โดยสเป็คของชิรานุยก็ได้ตามต้องการแทบทุกด้าน

 

นอกจากส่วนเกราะจะมีความทนทานต่อลำแสงสูงกว่าเกคิชินแล้วนั้น ในด้านอื่นๆทั้งความเร็วและกำลังเครื่องก็สูงกว่าแบบเห็นชัด ตัวเกราะแบ่งเป็สองชั้นคือชั้นในและชั้นนอก โดยชั้นในจะเป็นแผ่นโลหบางเบา ส่วนด้านนอกจะเป็แบบโลหะผสมที่หนาและทนทานกว่า เมื่อเกราะชั้นนอกเสียหายนั้นสามารถถอดออกเพื่อซ่อมแซมได้ง่ายไม่จำเป็นต้องแยกชิ้นส่วนทั้งชิ้น รูปแบบที่โค้งมนทำให้ลดพลังทำลายของBETAลงได้ส่วนหนึ่ง ความเร็วสูงสุดของชิรานุยอยู่ที่ราว700 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในภาคพื้นดิน ที่ค่อนข้างด้อยกว่าเครื่องใหม่ๆทางฟากอเมริกาแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักบินของญี่ปุ่นที่ไม่ได้รบด้วยวิธีการที่ต้องอาศัยความเร็วมากขนาดนั้น โครงสร้างนั้นคงจุดเด่นของญี่ปุ่นไว้ไม่ว่าจะเบลดเมาท์ เซนเซอร์แมสท์แบบครีบสองข้างศีรษะ ไนฟ์ชีทที่แขน ระบบทำลายตัวเอง นอกนั้นไม่มีจุดเด่นชัดทำให้ปรับแต่งตามภารกิจง่ายและติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้หลากหลายทว่าโครงสร้างที่ละเอียดละอ่อนเกินไปทำให้ไม่มีกองทัพชาติอื่นสนใจจะซื้อไปใช้ เท่าที่มีการใช้งานคือจักรวรรดิญี่ปุ่น และหน่วยพิเศษA-01 ของกองทัพUNที่ประจำการฐานทัพโยโกฮาม่าเท่านั้น

 

จุดเด่นอีกอย่างของชิรานุยคือครีบที่หัวและแขน เนื่องจากชิรานุยมีกำลังขับดันที่ต่ำกว่าเครื่องของอเมริกาที่เป็นต้นแบบอย่างF-15 อีเกิ้ลแถมยังมีน้ำหนักมากกว่าทำให้เป็นเครื่องที่บังคับได้ยากมากสำหรับนักบินที่ถูกฝึกมาด้วยเครื่องต่างชาติ ซึ่งครีบเหล่านั้นมีไว้ใช้ในการเปลี่ยนทิศทางของชิรานุยในขณะที่อยู่กลางอากศเหมือนแพนหางของจรวดและเครื่องบินทำให้การเปลี่ยนทิศทางนั้นทำได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนทิศของจัมป์ยูนิต ส่งผลให้ชิรานุยเป็นเครื่องที่มีความคล่องตัวในขณะลอยอยู่กลางอากาศค่อนข้างสูง และเพิ่มความค่องแคล่วในการรบแบบประชิดตัวไปด้วย

 

ทว่าเพราะตั้งใจสร้างให้สเป็คสูงมาแต่แรกแล้วนั้น ทีมพัฒนาได้พลาดไปเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการอัพเกรด ชิรานุยนั้นแม้จะปรับแต่งภายนอกง่ายแต่สำหรับฮาร์ดแวร์ในตัวเครื่องนั้นเนื่องจากได้ออกแบบมาละเอียดซับซ้อนเกินไปจึงทำให้พัฒนาต่อยาก และนั่นจะไม่มีปัญหามากนักถ้าไม่มีกระแสตอบรับจากนักบินว่าชิรานุยนั้นยังมีข้อบกพร้องที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้อยู่ และสเป็คของชิรานุยนั้นไม่เพียงพอที่จะใช้รับมือBETAเกิน10ปีได้อย่างที่ต้องการแน่ๆ จึงเป็นที่มาของการพัฒนารุ่นสืบต่อของชิรานุยอย่างชิรานุย อิจิกะตะไทเฮย์ และชิรานุย นิกะตะ(ส่วนของนิกะตะจะแยกไว้เขียนถึงในครั้งหน้า ตอนนี้เอาแค่อิจิกะตะไทเฮย์ก่อนนะครับ)

 

สำหรับการใช้งานชิรานุยที่เด่นชัดนั้นคือหน่วยA-01 ในโครงการอัลเทอเนทีฟ 4 โดยหน่วยA-01 นั้น นักบินสมาชิกหน่วยทั้ง108คนนั้นต่างใช้ชิรานุยเป็นเครื่องประจำตัวกันทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นโครงการสำคัญจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ (ถึงอย่างนั้นจักรวรรดิก็ไม่ยอมให้ใช้ของดีกว่านี้อย่างอิจิกะตะไทเฮย์หรือทาเคมิคาสึจิน่ะนะ......) และบางส่วนก็ได้รับการอัพเกรดด้วยOS XM-3 ที่เกิดจากไอเดียของชิโรกาเนะ ทาเครุ ที่ศจ.โคซึกิ ยูโกะนำมาสานต่อจนได้OSที่ทำให้เซ็นจุตสึกิขยับได้ดั่งใจนึกและมีประสิทธิภาพในการต่อสู้ประชิดตัวสูงขึ้น โดยกลุ่มแรกคือหน่วย207ในระหว่างการเรียนที่ได้ทำหน้าที่ทดสอบ และเมื่อสมบูรณ์จึงนำไปติดตั้งให้กับหน่วยย่อยที่9ของA-01 อิซุมิวัลคิรี่เป็นกลุ่มถัดไป ชิรานุยกลุ่มนี้จะทาสีUNบลูตามแบบสหประชาชาติแทนสีประจำของจักรวรรดิญี่ปุ่น ผลงานโดดเก่นคือการใช้ชิรานุย11เครื่องต้านBETAจำนวน40,000 และในการป้องกันฐานทัพโยโกฮาม่าเองก็สามารถแสดงประสิทธิภาพได้อย่างโดดเด่นแม้ว่าสุดท้ายทุกเครื่องจะอยู่ในสภาพเสียหายเกินใช้งาน นอกจากนี้ยังมีชิรานุยของกลุ่มครูฝึกทหารจากบริษัทฟูจิที่จะทาสีแบบเครื่องรัสเซียแทนสีปกติ และชิรานุยของกลุ่มปฏิวัติที่นำโดยซากิริ นาโอยะ ซึ่งดึงความสามารถของชิรานุยออกมาได้เกินขีดจำกัดจนสามารถจัดการเครื่องที่ประสิทธิภาพสูงกว่าอย่างแรปเตอร์ได้มากมาย และทำให้ซิคุโยมิในทาเคมิคาสึจิตึงมือได้ สุดท้ายคือชิรานุยของหน่วยวอร์ด็อกใน The day after

 

รุ่นต่างๆของชิรานุย

 

รุ่น UN

ชิรานุย UNบลู รุ่นที่ใช้งานในสหประชาชาติที่ประจำการในเขตของประเทศญี่ปุ่น โดยออกรบภาคสนามครั้งแรกในการบุกตีไฮว์ที่โยโกฮาม่าที่มีผู้ใช้งานคือหน่วยเดริงเจอร์ ก่อนที่เครื่องส่วนใหญ่จะถูกทำลายไปพร้อมกับไฮว์ด้วยGบอมบ์ ก่อนที่ต่อมาจะกลายเป็นเครื่องประจำหน่วยA-01ไป


นักบินที่ปรากฏ

 

หน่วยย่อยที่9ของหน่วยพิเศษA-01 อิซุมิ วัลคิรี่

 

หัวหน้าหน่วย สาวเชยตกยุคร้อยเอกอิซุมิ มิจิรุ

สมาชิกหน่วย(จากซ้ายไปขวา) รองหัวหน้าหน่วยฝ่ายบุกทะลวง/หัวหน้าหน่วยรุ่น2 ร้อยโทฮายาเสะ มิซุกิ, รองหัวหน้าหน่วยฝ่ายสนับสนุน/หัวหน้าหน่วยรุ่น3 ร้อยโทมุนาคาตะ มิซาเอะ, ร้อยตรีคาซามะ โทโกะ, ร้อยตรีคาชิวากิ ฮารุโกะ(ฮารู๊~~~), ร้อยตรีซึคิจิ ทาเอะ(สาวโชคร้ายที่โดนยูโกะทดลองพิลึกๆใส่จนกลายเป็นแมวในภาคExtra... ติดอันดับอึ๋มที่สุดในเกม), ร้อยตรีสุซุมิยะ อาคาเนะ บราซิล(ใครไม่เก็ตไปเล่นโครนิเคิล03ซะ... ที่มาคือในภาคไซทันที่เป็นตอนเสริมของโครนิเคิล03 ที่จะไม่มีการเอ่ยชื่อแม่นี่เลยซักครั้งแถมโดนนายแว่นซิลวิโอ้เรียกว่าบราซิลทั้งเกมอีก... ขนาดในเครดิตตอนจบยังเขียนชื่อว่าบราซิลเลย - -)

 

ร้อยตรีมิทสุรุกิ เมย์ยะ

 

ร้อยตรีซาคากิ จิสุรุ

 

ร้อยตรีอายามิเนะ เคย์

 

ร้อยตรีทามาเสะ มิกิ

 

ร้อยตรีโยโรย มิโคโตะ

 

ร้อยตรีชิโรกาเนะ ทาเครุ

 

หน่วยเดริงเจอร์ เป้าหมายความรักของมิซุกิกับฮารุกะ นารูมิ ทาคายูกิ(พระเอกคิมิกะโนโซมุเอย์เอ็น ไม่มีภาพของโลกฟากนี้ไว้ประกอบ)

 

รุ่นจักรวรรดิญี่ปุ่น


นักบินที่ปรากฏ

 

หน่วยวอร์ด็อก

ผู้บังคับบัญชา "แมดด็อก" พันตรีจิงกูจิ มาริโมะ

 

ผู้บังคับบัญชาชั่วคราว โคมากิ ซาโยโกะ

สมาชิกหน่วย(จากซ้ายไปขวา) ฆาตรกรขวานคลั่ง รองหัวหน้าหน่วย ร้อยตรีเซ็นโด ยูสุกะ, นักบินที่อายุน้อยที่สุดในกองทัพญี่ปุ่น ร้อยตรีมิโอโนะ ชิสุคุ, หัวหน้าหน่วยวอร์ด็อก "วีรบุรุษ" ร้อยโททัตสึนามิ ฮิบิกิ, ออร์บิทัลไดเวอร์ ร้อยตรีเอลเลน เอส

 

มัตสึคาเซะ เรียวอิจิ

 

โอกามิ ริตซึโกะ

 

กองทัพปฏิวัติญี่ปุ่น

 

ผู้นำกองทัพปฏิวัติ พันตรีซากิริ นาโอยะ

 

อีกคนก็เจ๊แว่นโคมากิที่แปะภาพไปแล้วด้านบน

 

ชิรานุย อิจิกะตะไทเฮย์ (ชิรานุย1.5)
 

 

รุ่นพัฒนาของชิรานุยที่ผลิตขึ้นในปี1998 เป็นจำนวนราว100เครื่องและมีใช้งานกันในหมู่เอซไพล็อตแนวหน้าของจักรวรรดิญี่ปุ่น ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างหนักในทุกด้านเท่าที่โครงสร้างจะเอื้ออำนวย โดยได้จัดวางระบบคาบอร์นิคแอคทิวเอเตอร์ใหม่หมดเพื่อเพิ่มแรงส่งให้กับข้อต่อ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแรงกระแทกเป็นพลังงานทุกครั้งที่เคลื่อนไหว เพิ่มกำลังเครื่องและความทนทานของโครงสร้าง เพิ่มกำลังขับให้กับจัมป์ยูนิตทำให้ความเร็วสูงขึ้นโดยได้เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์แบบ FE108-FHI-225 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับของทาเคมิคาสึจิ รุ่น 00F และที่เป็นจุดสำคัญหลักคือการเพิ่มรอบการปั่นพลังงานในตัว และโครงสร้างแบบกล้ามเนื้อเทียมเพื่อเพิ่มกำลังข่อต่อและสำหรับรองรับการใช้งานอาวุธหนัก และทาสีเป็นแบบที่เรียกกันว่า “ลายพรางเฟอริส” ซึ่งออกแบบมาสำหรับใช้พรางตัวจากระบบรับรู้ของBETA แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ผลชิรานุยรุ่นนี้ก็ยังคงทาสีแบบลายพรางนี้อยู่ แมภายนอกจะดูเหมือนเดิมแต่ด้วยเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและการเสริมโครงสร้างภายในหลายๆอย่างทำให้เป็นรุ่นที่มีน้ำหนักมากกว่าชิรานุยปกติ และด้วยจัมป์ยูนิตแบบของทาเคมิคาสึจิที่สูบพลังงานมากกว่าของดั้งเดิมทำให้ระยะเวลาปฏิบัติการณ์ของอิจิกะตะไทเฮย์สั้นลงมาก ระบบเล็งเป้าถูกปรับปรุงไปสำหรับใช้งานอาวุธหนักโดยเฉพาะ

 

ประสิทธิภาพของอิจิกะตะไทเฮย์นั้นจัดว่าอยู่ในระดับที่สูงมากหากไม่นับเรื่องที่ระยะเวลาในการปฏิบัติการณ์นั้นสั้นสุดๆ และเนื่องจากโครงสร้างมีข้อจำกัดจึงทำให้แสดงประสิทธิภาพได้ไม่มากเท่าที่ควร ทำให้กลายเป็นเซ็นจุตสึกิที่บังคับยากมากๆรุ่นหนึ่งจนหาคนรับมือได้น้อย แต่ในหมู่นักบินมากประสบการณ์นั้นต่างเรียกได้ว่าหลงรักม้าพยศตัวนี้เข้าให้เลยทีเดียว ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเครื่องที่มีราคาแพงและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูงมาก และจะไม่มีการสั่งให้ออกปฏิบัติการณ์หากไม่จำเป็น หน่วยที่ใช้งานเท่าที่ปรากฏคือหน่วยทดสอบอาวุธ ไวท์แฟงค์ ส่วนอีกเครื่องหนึ่งนั้นถูกส่งไปที่ฐานทัพยูคอนที่อลาสก้าในโปรเจคท์โพรมิเนนส์ และถูกอัพเกรดด้วยชิ้นส่วนของอเมริกาจนกลายเป็นชิรานุย นิกะตะ เฟส 1 หรือก็คือเครื่องที่กลายเป็นชิรานุย นิกะตะ หมายเลข 1 ในภายหลัง

 

ในส่วนอาวุธติดตั้งนั้น นอกเหนือจากอาวุธทั่วไปแล้วอิจิกะตะไทเฮย์ยังมีอาวุธพิเศษอยู่อีกอย่างคือปืนคลื่นแรงดันไฟฟ้า EML-99X หรือเรลกันที่เป็นรุ่นเดียวกับที่ติดตั้งไว้บนตัวสุซาโนโอะ โดยตัวปืนได้พัฒนาขึ้นโดนนักวิจัยชาวญี่ปุ่นและเป็นส่วนหนึ่งของอัลเทอเนทีฟ4 ออกแบบไว้ใช้สำหรับการยิงจู่โจมภายในไฮว์ที่มีพื้นที่น้อยทำให้ไม่มีที่ให้หลบหนี และมีพลังทำลายพอที่จะเป่าBETAฝูงใหญ่ๆทั้งฝูงให้กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยได้ (สถิติสูงสุดที่การบันทึกไว้คือครั้งที่ยูยะ บริดจ์นำไปใช้งาน(ติดตั้งกับชิรานุย นิกะตะ เฟส1) โดยในการยิงครั้งแรกนั้นได้ฆ่าBETAไปได้ราว 3,000 ตัวในครั้งเดียว) อัตราความเร็วในการยิงอยู่ที่ 800 นัดต่อนาที(เรลกันหรือแกตลิ่งฟระ......) เจาะทะลวงการป้องกันของBETA ได้ทุกชนิด และด้วยการขับดันของกระแสไฟฟ้าในกระบอกปืนที่ให้พลังงานสูงมากทำให้ยิงออกมาเป็นลำแสงเลเซอร์พลังทำลายสูงได้(สาบานทีเถอะว่าเรลกัน.......) แต่มีข้อเสียคือความร้อนที่สูงมากจนต้องทำการหล่อเย็นทุกครั้งหลังยิงเสร็จ โดยในการยิงครั้งหนึ่งนั้นจะยิงกี่นัดต่อเนื่องกันก็ได้จนกว่าความร้อนจะถึงขีดจำกัด รวมไปถึงกินพลังงานมากจนต้องติดตั้งแบ็คแพ็คที่ทำขึ้นเพื่อใช้ควบคู่กันโดยเฉพาะ

 

เรลกัน EML-99X

 

 

(ความเห็นส่วนตัวคนแปล....... ใครก็ได้สาบานทีเถอะว่าเรลกันจริงๆ.... ยิงได้ทั้งกระสุนทั้งเลเซอร์ ความเร็ว800นัดต่อนาที นัดเดียว3,000 ศพ นี่มันปืนที่น่าจะแรงอันดับต้นๆของอนิเมเรียลโรบ็อทเลยนะ..... ในซีรี่ย์เองก็เป็นปืนที่แรงเป็นอันดับสองรองจากปืนผันมิติของสุซาโนโอะ... แล้วเรลกันบ้านไหนมันยิงเลเซอร์ได้ฟร๊า)

 

นักบินที่ปรากฏ

 

ไวท์แฟงค์01 ทาคามุระ ยุย

 

ร้อยตรีอามามิยะ

 

เครดิตเช่นเคยกับครั้งก่อนๆครับ(จะมีซักกี่คนที่อ่านถึงตรงนี้ล่ะน่ะ.. ฮา)

edit @ 22 Apr 2012 22:09:45 by Replikia

edit @ 22 Apr 2012 22:10:18 by Replikia

edit @ 22 Apr 2012 22:11:11 by Replikia

edit @ 22 Apr 2012 22:11:51 by Replikia

edit @ 22 Apr 2012 22:17:39 by Replikia

edit @ 23 Apr 2012 10:45:39 by Replikia

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วมีแรงทำโมขึ้นเยอะ เพราะรู้ประวัติหุ่นละ ฮะๆ
Hot! Hot! Hot!

#13 By Butter-T on 2012-06-01 21:06

ตอบคุณ kana-art

คนเดียวกับที่ข้ามมิติครับผม ถ้าไม่คิดจะแถอะไรเพิ่มน่ะนะ(ฮา) เพราะคนที่เป็นของโลกฟากนี้โดยดั้งเดิม(ที่มานะบอกว่าตายไปแล้ว)นั้น... สุมิกะของโลกนั้นก็ยืนยันแล้วว่าตายแล้วเหมือนกันต่อหน้าต่อตา

คาดว่าเป็นทาเครุในช่วงช่องว่างระหว่างฉากจบอันลิมิตกับต้นเกมอัลเทอเนทีฟ เพราะตรงนี้ดูสมเหตุสมผลสุด กับเจ้าตัวมีเรื่องที่จำไม่ได้ตอนไปอัลเทอเนทีฟด้วยน่ะครับ

#12 By Replikia on 2012-05-07 21:45

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

แอบโฆษณา
kotobukiya เตรียมออก พลาคิท EF-2000 แล้วนะครับ
เผื่อใครเก็บซีีรี่ย์นี้อยู่
http://image.ohozaa.com/view2/w3gFgXajAmVwSnAY
จากหนังสือ Muv-Luv Alternative in Euro Front DUTY LOST ARCADIA
credit : 4chan

#11 By Kuronosu (103.7.57.18|58.11.18.253) on 2012-05-03 18:27

ชิโรกาเนะ ทาเครุ ที่ใส่เครื่องแบบทหารสีดำ (รูปที่ 2ด้านบน) เป็นทาเครุตัวจริงใช่ม้้ยครับที่ไม่ใช่คนที่ข้ามมิติ และเป็นคนๆ เดียวกันกับคนที่มานะบอกว่าม่องไปแล้ว แล้วหุ่นที่ขับสีอะไรครับ อย่าบอกนะว่าสีดำ(เบ๊)น่ะ sad smile

#10 By kana-art on 2012-05-02 12:13

ไอ้ภาคนั้นทำใจยอมรับไปเกินกว่ามุขไม่ได้จริงๆแฮะ...(ฮา)

คาเกโร่ไค ขับเคลื่อนด้วยพลังใจและความกล้า... กับยานสามลำที่ประกอบร่างกันเป็นหุ่นได้นี่มันหลุดกรอบโลกนั้นไปแล้ว(ฮา ว่าแต่จำชื่อมันไม่ได้แอะเจ้าตัวนี้)

#9 By Replikia on 2012-04-25 22:16

โกดะ โจจิ โพล่มาในเกม Ayumayu alternative นะครับ ซึ่งหุ่นภาคนี้ผมว่าบ้าพลังที่สุดแล้ว

#8 By SHADOW (101.108.51.67) on 2012-04-24 19:51

ทั้งสองโลกนี้เหมือนกันทุกอย่าง แต่จะเริ่มต่างกันตั้งแต่ที่ทาเครุจากExtraข้ามโลกไปโผล่ตอนเริ่มเกมน่ะครับ(ส่วนทาเครุตัวจริงของทั้งโลกUnlimitedและAlternativeตายไปแล้ว) ดังนั้นคาดว่ามียูฮิล่ะครับ แต่ยังไม่มีพูดถึงว่าหายไปไหน(คาดว่าน่าจะขึ้นไปกับกองยานอพยพเพราะดูมีความเป็นไปได้สูงที่สุด ถึงในภาคUnlimitedจะมีพูดถึงก็ว่าโชกุนและพวกขุนนางที่ภักดีทุกคนฉีกตั๋วตัวเองไม่ยอมขึ้นยานกันทั้งหมดก็เถอะ... รอดูว่าจะเขียนเนื้อหามาหักล้างกับตรงนี้ยังไงเมย์ยะถึงได้ทำหน้าที่โชกุนแทน ตอนแรกคิดว่าเรื่องปัญหานักพากย์ แต่ทั้งสีผมทั้งกิริยาท่าทางนี่ใช่เลย... แล้วมีการพูดถึงทาเครุด้วย)

ชุดนั่น เด่นมากเลยนะครับ(ฮา) http://archivethumb.foolz.us/board/m/img/0075/83/1333309850412.png

ส่วนตานารุมินั่น... เดี้ยงชัวร์ๆครับ หลังจากแฟนๆลุ้นให้พี่แกเป็นนักบินของทาเคมิคาสึจิสีน้ำเงินได้ไม่นาน มีพูดกันตรงๆในเกมเลย เหอๆ... เอาจริงๆโดนGบอมบ์ตายกับระเบิดตัวเองตายนี่เป็นการตายที่ดีที่สุดในซีรี่ย์นี้แล้วมั้ง - -

#7 By Replikia on 2012-04-24 19:16

ผมนึกว่า Alternative ต่อกับ The Day After ซะอีก สรุปว่า TDA ต่อจาก Unlimited รึเนี่ย (ไม่ได้ตามเรื่องราวอะนะ)

แสดงว่าใน Unlimited ไม่มี ยูฮิ รึเปล่าครับ เมยะถึงเป็นโชกุน

จากที่อ่านๆดูคิดว่าอิคารุกะไม่ใช่คนเลว แค่ไม่เลือกวิธีการ ว่าแต่กุ๊กกิ๊กกับมานะ แบบนี้ผมต้องไปหาเครื่องสีแดงมาเข้าทีมซะแล้ว จะได้ทำท่ายืนคู่แบบCG (ฮา) แต่คงไม่ทำสีขาวเป็นฝูงหรอกไม่มีตังค์(ฮา)

อากาเนะถูกเรียกว่าบราซิลนี่เพราะชุดคาร์นิวาลละมั้ง
http://imageshack.us/photo/my-images/114/akaneecchipx5.jpg/sr=1

พูดไปพูดมาอยากให้โกดะ โจจิ (พระเอก? อากาเนะ มานิแอกส์) มีบทใน Muv-Luv อะ คงบ้าน่าดู

อ้อแล้วสรุปว่าพระเอกคิมิกะฯ นารุมิ นี่ตายใน G-bomb ไปแล้วนี่จริงใช่มั้ยครับ

#6 By bang04 on 2012-04-24 17:00

เรื่องอิคารุกะนี่ ในโลกของภาคอัลเทอเนทีฟกับโลกของTDAมันคนละโลกน่ะครับ

ทางฟากอัลเทอเนทีฟนั่นก็ตามเนื้อหาที่มีมานั้น น้อยมาก - - เท่าที่ปรากฏคือเป็นนายน้อยบ้านอิคารุกะ 1ใน5ตระกูลใหญ่ของจักรวรรดิ ดูค่อนข้างจะมีแอบๆกับซึคุโยมิคนน้อง(มานะ)พอควร...(อ้างอิงจากนิยายภาพที่ลงในฮอบบี้แจแปน มีฉากซึคุโยมิตัดพ้อง้องอนตานี่...) กับค่อนข้างสนิทกับยูฮิพอควร(เป็นเหมือนคนคอยดูแล)

ส่วนในTDAนั้นเป็นเนื้อเรื่องที่อยู่หลังจากฉากจบในภาคUnlimited(ที่จะปลดล็อคหลังจบมัฟลัฟextra(ภาคชีวิต รร. กับเป็นบทแรกของซีรี่ย์ทาเครุ) ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาบอกแน่ชัดว่าเอาฉากจบใครมาเป็นฐาน แต่ที่แน่นอนแล้วคือโชกุนในภาคนี้(หลังฉากจบมากี่ปีนี่จำไม่ได้แฮะ)ไม่ใช่ยูฮิน่ะครับ ยังไม่มีเนื้อหาบอกตรงๆ แต่สีผม นักพากย์ แล้วก็ลักษณะการพูดจานี่ชัดแล้วว่าเป็นเมย์ยะน่ะครับ(ก็ตัดความเป็นไปได้ที่จะอ้างอิงฉากจบเมย์ยะออกไปได้เพราะถ้าฉากจบนั้นเมย์ยะต้องขึ้นกองยานอพยพออกไปจากโลกแล้ว) จากเนื้อหาภาคนี้ จะมีซีนที่โชกุน(เมย์ยะ)บ่นกับตัวเองว่าหลังจากนี้ต้องมีเรื่องไปเคลียร์กับอิคารุกะอีก ส่วนหลังเครดิตก็มีฉากที่อิคารุกะคุยกับพวกลูกน้องคนสนิทเรื่องแผนการณ์ที่วางไว้ กับเรื่องว่าจะเอายังไงกับ "เด็กคนนั้น(เมย์ยะ)" พวกลูกน้องแต่ละคนนี่ส่วนใหญ่ไม่มีใครเห็นหัวโชกุน บอกกันว่าอำนาจแท้จริงอยู่ที่อิคารุกะทั้งหมดแล้วโชกุนเป็นแค่ฉากหน้าทางการเมือง ถึงขั้นมีคนนึงบอกให้หาทางกำจัดทิ้งด้วยซ้ำ(ฮา) นิสัยเฮียนี่ ดูเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง แต่ทำตัวติดินสบายๆคุยกับลูกน้องแบบเฮฮากันไปเรื่อย... แล้วก็ตั้งใจทำทุกทางเพื่อให้ญี่ปุ่นกลับมายืนหยัดเป็นประเทศให้ได้(ภาคนี้ญี่ปุ่นเป็นประเทศแค่ในนามเพราะตัวเกาะญี่ปุ่นจมทะเลไปแล้ว.... ส่วนประชาชนที่ยังรอดก็มาเป็นพวกอพยพที่อเมริกาแทน) ก็ต้องรอดูภาคหน้า ว่าในโครนิเคิล04 บทบาทจะไปทางไหน กลายเป็นคนเลวหวังยึดอำนาจเฉียบขาดหรือยอมทำตัวเป็นผู้ร้ายเพื่อฟื้นประเทศตัวเองก็... คงต้องรอถึงปีหน้า(ฮา) พร้อมคำพูดทิ้งท้ายไว้กับพวกลูกน้องว่า "ถ้าสวรรค์บัญชามาให้ฉันตายฉันก็พร้อมจะตาย แต่ถ้ายังไม่สั่งมาฉันก็ขอทำตามวิธีของฉันไปก่อนละกัน"

ส่วน A-10 Thunderbolt ข้อมูลที่มีก็ มีก็มีอยู่หรอกแต่ว่ามันไม่เยอะเท่าพวกนี้น่ะครับ เหอๆ ดีไซน์ทันสวยถึกได้ใจแต่ดันไปออกเรซิ่นนนนนนน มีแปลแน่นอนครับแต่ไม่รู้จะถึงคิวเมื่อไหร่แฮะ ถ้าอยากอ่านเดี๋ยวลัดคิวเอาได้ครับ(ฮา)

#5 By Replikia on 2012-04-23 20:48

ขอadd เลย ชอบอะ ข้อมูลเยอะมาก

พึ่งเคยเห็นหน้าอิคารุกะ อุตส่าห์โมทาเคมิคาซุจิของเมยะให้เป็นสีน้ำเงินทั้งที ว่าแต่อิคารุกะตอนนี้ใหญกว่าโชกุนยูฮิอีกหรือครับ (แบบว่าข้อมูลใน wikia น้อยมาก)

แล้วก็สนใจข้อมูลของ A-10 Thunderbolt พอจะมีข้อมูลมั้ยครับ ชอบดีไซน์มาก

#4 By bang04 on 2012-04-23 17:36

ขอบคุณครับ

ตามอ่านอยู่เลย หายไปนานนึกว่าไม่แปลต่อแล้ว

#3 By kana-art on 2012-04-23 14:46

เข้ามาตามอ่านเหมือนเดิม ขอบคุณครับ

#2 By SHADOW (101.109.163.167) on 2012-04-23 07:14

ชิรานุยหล่อนะ ราวๆกันดั้มาร์คทูเลย
แต่เรลกันแบบนี้ ถึงสเปคโอเวอร์ไปหน่อยแต่จำนวนศัตรูกับความสามารถของศัตรู...เทียบกันแล้ว มีไว้ในเรื่องซักกระบอกคงหยวนๆได้ล่ะมั้ง (ฮา)Hot! Hot! Hot!

#1 By Hagane F คุง on 2012-04-22 22:36