[Fate Sexta] ME01 : Meet the eyes

posted on 10 Jul 2012 21:41 by replikia
เอนทรี่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------

 

(Master: Gunsh Saehan/ Servant:Oracle Lancer - Fu Hao)

 

 

 

                เสียงหัวใจเต้นระรัวดังตุ๊บๆ ในหน้าอกของชายหนุ่มไม่มีทีท่าจะหยุดลงมาได้พักหนึ่งแล้ว นับจากไม่กี่วินาทีที่แล้วที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ แต่ว่าสิ่งที่เขากำลังรู้สึกอยู่นั้นคืออะไรกันนะ มันคือการสูบฉีดเลือดไปให้ทั่วร่างที่เป็นผลของความอ่อนล้า ความตื่นเต้นที่ได้เข้าใกล้เป้าหมายขึ้นอีกก้าวหนึ่ง หรือจะเป็นความสับสนทำอะไรไม่ถูกเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขากันนะ

 

                เบื้องหน้าของเขาคือหญิงสาว... ไม่สิ วีรสตรี....

 

                ตัวตนที่คงอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ และเปรียบได้ดุจดั่งตำนาน ที่ในตอนนี้ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งหลังผ่านพ้นช่วงเวลาดั้งเดิมมาแล้วนับพันปี โดยอาศัยพลังมานาของเขาในการคงซึ่งตัวตนนั่นเอาไว้

 

                เธอผู้นี้คือเซอร์แวนท์...

 

                “.......” เซอร์แวนท์หญิงนั้นมีผมสีดำขลับปล่อยยาวลงถึงบั้นท้าย ใบหน้าคม ผิวขาวนวลผ่องแกมเหลืองแบบคนเชื้อชาติตะวันออกนั้นไร้ตำหนิใดๆ ให้เห็น ดวงตาสีเดียวกับเรือนผมมีหางตาชี้ขึ้นเล็กน้อยรับกับคิ้วข้างบน จมูกตั้งตรง ปากสีชมพูอ่อนๆเรียวได้รูป มงกุฎทรงสี่เหลี่ยมที่สวมอยู่บนหัวนั้นมีสีทองอร่ามตัดกับสีผมของหล่อน หากเทียบกับมงกุฎแบบที่ชายหนุ่มเคยเห็นตามหนังจีนหรือสารคดีแล้วมันค่อนข้างจะมีขนาดเล็กและไม่รุงรังมากเท่าแบบของบรรดาราชินีองค์อื่นๆ ไล่ลงมาคือเกล้ารัดศีรษะสีเดียวกัน แถบทองรัดผมหน้าซ้ายขวา และเครื่องประดับผมสีทองอีกสองชิ้น ชุดที่สวมอยู่คือชุดแบบจีนสีเหลืองที่เพียงมองก็รู้ว่าทำจากผ้าเนื้อดี จนกระทั่งมาถึงสิ่งหนึ่งที่ขัดแย้งกับเครื่องแต่งกายของเธอคือเกราะอ่อนเข้ารูป กระโปรงยาวผ้าข้าง และแผ่นเกราะบางส่วนที่ถุงน่องรวมถึงรองเท้าโลหะ

 

                เธอคือหนึ่งในพระมเหสีในหน้าประวัติศาสจร์ของจีนแผ่นดินใหญ่

 

                “........ท่าน” เสียงเบาๆของเซอร์แวนท์หญิงดังขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มละสายตาไปจากเธอเลย หญิงสาวนั้นดุจดั่งหลุดออกมาจากความฝัน และสมแล้วที่เธอเป็นถึงพระมเหสีขององค์จักรพรรดิ

 

                “นายท่านคะ......”

 

                ชายหนุ่มยังคงไม่มีการตอบกลับ

 

                “ได้ยินหรือเปล่า! คุณผู้ชายตรงนั้นน่ะ!” เซอร์แวนท์หญิงขึ้นเสียงจนปลุกให้หนุ่มแว่นผมยุ่งขึ้นจากภวังค์ ชายหนุ่มหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเกาแก้มแก้เก้อ

 

                “เอ่อ.... ไม่ใช่ว่ามัวแต่มองหน้าเธอหรอกนะ... เอิ่ม.... คุณ?”เขาไม่รู้ว่าควรจะวางตัวเช่นไรในสถานการณ์แบบนี้  และจะให้เรียกเธอยังไงดีล่ะเนี่ย ถึงจะเป็นเซอร์แวนท์ แต่ยังไงซะอีกฝ่ายก็เคยเป็นคน แถมยังเป็นคนใหญ่คนโตอีกนี่สิ ยังไงก่อนอื่นก็คงต้องคุกเข่าให้ก่อน..

 

                “ออราเคิล แลนเซอร์... หรือจะเรียกฟู่หาวไม่ก็มู่ฉินก็ได้ตามแต่นายท่านสะดวก” แลนเซอร์หญิงตอบพลางก้มหัวให้ครั้งหนึ่ง

 

                “กะ... กุณช์ แซ่หาน ครับ” มาสเตอร์วัยหนุ่มตอบกลับก่อนที่พลหอกหญิงจะเดินเข้าไปดึงตัวมาสเตอร์ของเธอให้ลุกยืนขึ้น แล้วมองลงไปในดวงตาทอประกายใคร่รู้หลังเลนส์แว่น

 

                “ถึงเราจะเป็นราชินีแต่นั่นก็เมื่อสามพันกว่าปีมาแล้วนะ” แลนเซอร์ตอบ ก่อนที่หน้าเธอจะแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

 

                “แล้วก็อย่างที่รู้ว่าเราเคยมีสามีแล้ว เพราะงั้นการที่นายท่านมาหลงเสน่ห์เรานั้นมันค่อนข้างที่จะ.... อ่า.....”

 

                “ผมไม่ได้หลงเสน่ห์เธอซะหน่อยครับ!!” กุณช์ตวาดเสียงดังก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู หนุ่มแว่นเหงื่อแตกพลั่กก่อนรีบแก้ตัวเป็นพัลวันแล้วไล่หนึ่งในลูกศิษย์ของตนให้ไม่เข้ามาในห้องได้สำเร็จ

 

                “ระ...เราแนะนำว่านายท่านคิดอะไรก็พูดมาตรงๆ เลยจะดีกว่า....นะ.... คิดว่าอย่างนั้น.....” เซอร์แวนท์หญิงพูดต่อก่อนจะถูกหันมามองด้วยตาเขียวปั๊ด เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนปรับสีหน้าให้ปกติที่สุดเท่าที่ทำได้ จะบอกว่าเพราะเคยเป็นถึงราชินีเลยมีเซนส์ด้านเรื่องการจับผิดสูงงั้นหรือ ยิ่งเรื่องรักๆใคร่ๆ ด้วยนี่ยิ่งไวเป็นปรอทเลยเชียว

 

                “โว้ย! ก็แค่เผลอจ้องนั่นล่ะครับ จะเพราะอะไรก็ช่างแต่ไม่ได้หลงเสน่ห์เธอแน่ๆล่ะ ถึงเธอจะสวยจริงๆก็เถอะ!” กุณช์ตวาดกลับไปก่อนจะดันแว่นกลับเข้าที่แล้วหันไปมองแลนเซอร์ที่เงียบไปไม่ตอบอะไรมา

 

                เขาจ้องเธออยู่แบบนั้นอีกพักหนึ่งเธอก็ไม่พูดอะไรมาเลยซักคำ

 

                ก่อนที่เธอจะก้มหน้านิ่งเพื่อซ่อนสีหน้าของตัวเองไว้ ก่อนจะเรียกเหล่าทหารหญิงที่เป็นข้ารับใช้ของเธอเข้าไปรุมกระทืบกุณช์โดยไม่พูดอะไรซักคำเดียวนอกจากเอานิ้วชี้ของทั้งสองมือจิ้มเข้าหากันเบาๆ.......

                .

                .

                .

                “แล้วเป้าหมายของนายท่าน.... คือสิ่งใดล่ะ?” ฟู่หาวมองมาทางมาสเตอร์ของเธอด้วยสีหน้าจริงจัง และแน่นอนว่ามาสเตอร์ก็มองเธอด้วยสีหน้าจริงจังเช่นเดียวกัน ทว่า...

 

                คนหนึ่งพยายามทำเหมือนเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างจริงจัง

 

                และอีกคนหนึ่งพยายามจะเอาเรื่องเมื่อครู่ให้ได้อย่างจริงจัง

 

                “อย่ามาเนียนเปลี่ยนเรื่องนะเฟ้ยเฮ้ยแม่คุณ!!” กุณช์ตวาดในสภาพที่ไม่ต่างกับพึ่งโดนสุนัขรุมฟัดมาไม่ปาน แต่ดูท่าว่าความอดทนของแลนเซอร์จะสูงกว่าเขาแฮะ ถึงยังนั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้แบบนี้ เล่นซะมาสเตอร์ของเธอกุมขมับเลยทีเดียว

 

                “มันก็นะ... แค่อยากช่วยคนๆหนึ่งเท่านั้นล่ะ....”

 

                “ถึงกับจำเป็นต้องเสี่ยงตายเลยงั้นหรือ?”

 

                “ไม่รู้สิ แต่ว่ามันก็ต้องมีกันบ้างสินะ เวลาที่คนเรารู้สึกอยากจะทำอะไรซักอย่างโดยไม่สนใจเหตุและผลน่ะ...” ชายหนุ่มตอบกลับก่อนดึงเก้าอี้มาสองตัวเผื่อให้กับเซอร์แวนท์หญิงแล้วนั่งลงไปก่อน

 

                “โรคประหลาดที่แม้แต่เวทมนต์ยังรักษาไม่ได้ ทางเดียวที่จะทำได้ก็คงต้องพึ่งปฏิหารย์เท่านั้น....” น้ำเสียงของกุณช์แลดูหมดทางเลือก ใช่ เขารู้การเข้าร่วมสงครามหมายถึงการเอาชีวิตเป็นเดิมพัน และแน่นอนว่าเขายังไม่อยากตาย ทว่าความต้องการจะครอบครองจอกของเขานั้นก้าวข้ามความกลัวไปแล้ว

 

                มือซ้ายของเขาลูบเข้าที่ตราประกาศิตบนหลังมือขวาเบาๆในขณะที่มองไปยังพลหอกราชินีที่ยังคงยืนนิ่งเงียบ

 

                “คนๆนั้น สำคัญต่อนายท่านมากถึงขนาดนี้เลยหรือ?” ฟู่หาวถามขึ้นก่อนจะมองลึกลงไปในตาของชายผู้เป็นมาสเตอร์ ผู้ที่เธออาจจะต้องถวายชีวิตให้เมื่อไหร่ก็ได้

 

                “ครับ... จะว่างั้นก็ได้ เหมือนทั้งเพื่อน ทั้งพี่สาว ทั้งอาจารย์ ทั้งลูกศิษย์ ราวๆนี้เลยล่ะ” กุณช์ตอบกลับไปพลางนึกถึงเธอคนนั้น เขาไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นโรคประหลาดแบบนี้ได้ไง แล้วไปได้มาจากไหน แต่ถ้าปล่อยไว้เธอก็จะตายในสิบปี แล้วจะให้เขารอโดยไม่ทำอะไรเลยงั้นหรือไงกัน

 

                “ถ้ามีทางไหนที่ช่วยได้ก็ทำ จนกว่าจะไม่มีทางไหนจริงๆเท่านั้น...” ราชินีสาวยืนฟังอยู่เงียบๆ ก่อนที่เธอจะหลับตาลงแล้วแบมือขวาออกตรงหน้า

 

                ในพริบตานั้นสิ่งที่ปรากฏขึ้นคือขวานบรอนซ์ขนาดใหญ่ ตัวขวานถูกสลักด้วยลวดลายวิจิตรงามงด ด้ามของมันยาวเหมือนกับหอก เธอถือมันเอาไว้ในมือก่อนที่ด้านหลังจะปรากฏซึ่งเหล่าทหารหญิงทั้งสิบหกนาง ตามด้วยสุนัขอีกหกตัว ซึ่งทั้งหมดได้อยู่ในสภาพที่กำลังโค้งคับนับให้แก่ชายผู้เป็นมาสเตอร์ของเจ้านายตนอย่างเต็มอกเต็มใจ

 

                “เราเข้าใจความรู้สึกเช่นนั้นดี... และด้วยเหตุนี้... เราและข้ารับใช้ของเราจักเป็นกำลังให้กับนายท่านเอง” ฟู่หาวควงขวานยาวขึ้นเหนือหัวก่อนจะกระแทกด้ามลงบนพื้น แสงสีเหลืองสว่างวาบไปทั่วห้อง เซอร์แวนท์หญิงส่งยิ้มเปี่ยมด้วยความมั่นใจและมนต์ขลังของราชินีมายังชายหนุ่ม

 

                “เราจักนำพาชัยชนะแด่นายท่านเอง” พูดจบเหล่าทหารหญิงเบื้องหลังและหอกขวานในมือก็กลายเป็นละอองแสงลอยหายไป เหลือไว้เพียงเซอร์แวนท์และมาสเตอร์เพียงสองคนเท่านั้น

                .

                .

                .

                “ว่าแต่เธอจะเรียกทหารพวกนั้นออกมาทำไม.....”

 

                “ก็มีหลายๆคนทำให้ฮึกเหิมกว่านี่นา.....”

 

                "......................"

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

edit @ 10 Jul 2012 21:46:57 by Replikia

Comment

Comment:

Tweet

คาดว่าทั้งคู่ครับ(ฮา)

#2 By Replikia on 2012-07-24 14:21

ทำไมฟู่หาวแลดูแมนกว่านายกุณช์นะ
เพราะเป็นนักรบ รึเพราะกุณช์ซึน ๕๕

#1 By Yami KID on 2012-07-18 21:47