ก่อนอื่น ก็ขอขอบคุณใครก็ตามที่เอาลิงค์บล็อคดองๆนี้ไปแปะอย่างสูงครับ หลังจากอนิเมฉายยอดวิวก็พุ่งกระฉูดเลยทีเดียว(ฮา)

 

ก่อนหน้าจะเข้าเรื่องก็มาคุยกัยเรื่องอนิเมซักนิด สำหรับตอนที่2นั้น ถ้าใครที่อ่านข้อมูลของทาเคมิคาสึจิไปแล้วสงสัยว่าทำไมถึงโผล่มาในอนิเมได้ทั้งที่ในปี1998ยังไม่ได้เริ่มผลิตนั้น(ทาเคมิคาสึจิเข้าประจำการในปี2000) จากข้อมูลที่หาๆมา เครื่องที่โผล่มานั้นเป็นเครื่องทดสอบของทาเคมิคาสึจิครับผม ส่วนนักบินของเครื่องนั้นยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเนื่องจากแนวคิดหลักๆนั้นไปกันคนละทาง คือ

 

- กลุ่มที่เชื่อว่าเป็นยูฮิ เนื่องจากในทวีตเตอร์ของโยชิมุเนะ โคกิ คนแต่งเรื่องนี้บอกไว้ว่าเป็นเครื่องของ "ผู้ที่จะได้ขึ้นเป็นโชกุน" แต่เราก็เห็นยูฮิเป็นโชกุนกันไปแล้วในเรื่อง แถมที่โผล่มายังสีน้ำเงินอีก แต่ก็มีส่วนที่เชื่อว่าในตอนนี้นั้นยูฮิยังไม่ได้เป็นโชกุน

- ทฤษฎีจากแฟนๆที่คาดว่าน่าจะเป็นแม่ทัพใหญ่อิคารุกะนั้น มีกระแสเห็นด้วยสูง เนื่องจากเครื่องที่โผล่มาเป็นทาเคมิคาสึจิสีน้ำเงิน กับจังหวะซีนโผล่ของเฮียแกที่ต้องมาช่วยใครก็ได้แบบอย่างเก๊กเสียทุกภาคที่มีบท แต่ไม่มีการยืนยันเพราะไม่ได้ยินเสียงและไม่เห็นหน้านักบิน รวมถึงมีข้อมูลระบุไว้ในหนังสือTSFIA ว่าในช่วงที่เกียวโตล่มนั้น เครื่องส่วนตัวของอิคารุกะคือซุยคาคุ(รุ่นที่พวกยุยขับในตอนนี้)ที่ทาสีน้ำเงิน

 

ดังนั้นที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดคือเป็นใครซักคนใน5ตระกูลใหญ่ของจักรวรรดิญี่ปุ่น ก็คงต้องรอดูว่าจะมีการพูดถึงมั้ย หรือจะปล่อยให้แฟนๆจิ้นกันเองก็ว่ากันไป(ฮา) เนื่องจากผมไม่มีTSFIA จึงไม่สามารถยืนยันได้.... ใครมีแสกนบ้างงงงง(ฮา)

 

 

แล้วก็เข้าเรื่องหลักกันซักทีครับ(รูปฟุบุคิสวยๆหายากชะมัด..... จะแคปในเกมก็ขี้เกียจ....)

 


ทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น

จักรกลสงครามเดินเท้าทางยุทธวิธี รุ่นปี 97

吹雪ฟุบุคิ (TSF-Type97) [อุตสาหกรรมหนักฟุกะคุ, อุตสาหกรรมหนักมิตสุฮิชิ, อุตสาหกรรมหนักคาวาซากิ]

 


 

เซ็นจุตสิกิรุ่นปี 97 สำหรับใช้ในการฝึกซ้อม ฟุบุคินั้น เป็นเครื่องที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินแผนงาน “โยโค” (แผนการสร้างชิรานุย) เนื่องจากปัญหาที่ในตอนแรกตั้งใจจะสร้างเครื่องให้เป็นยุคที่3 (แนวคิดเดียวกันกับทาเคมิคาสึจิ) แต่ในปี1985 นั้น เนื่องจากแผนงานไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสามบริษัทจึงจำเป็นต้องพึ่งข้อมูลจาก F-15 อีเกิ้ลที่ได้ซื้อไลเซนส์มาเพื่อใช้ในการพัฒนาต่อยอดแทนที่ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ข้อมูลของชิรานุยครับผม)

 

ในปี1989 หลังจากที่ได้นำข้อมูลของอีเกิ้ลเข้ามาประสานในการทำงานแล้ว วิทยาการของอเมริกาที่ได้มานั้นถูกผนวกเข้ากับวิทยาการของทางญี่ปุ่นจนเกิดเป็นเครื่องทดสอบขึ้น และเรียกมันว่า TSF-X โดยหลังจากที่สร้างเครื่องทดสอบขึ้นได้สำเร็จแล้วนั้นทีมผู้พัฒนาก็ทำการลงมติว่าจะใช้มันเป็นพื้นฐานในการออกแบบต่อยอดให้มีสเป็คที่เหนือกว่าเซ็นจุตสึกิยุคที่2 โดยอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นในเครื่องฝึกซ้อมอย่างระบบทำลายตัวเอง S-11 นั้น เนื่องจากเป้าหมายหลักคือออกแบบเพื่อให้เป็นเครื่องทดสอบ โครงสร้างจึงไม่สามารถติดตั้งระบบS-11 นี้ลงไปได้ รวมถึงกำลังขับของจัมป์ยูนิตนั้น แม้จะมีรูปทรงภายนอกเหมือนกับเซ็นจุตสึกิรุ่นอื่นๆของญี่ปุ่น(ชิรานุย, ทาเคมิคาสึจิ) แต่ว่ากำลังเครื่องนั้นต่ำกว่ามากเพราะเครื่องที่มีไว้ทดสอบเทคโนโลยีนั้นไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้กำลังขับเคลื่อน สำหรับญี่ปุ่นแล้วนี่ก็เป็นก้าวใหญ่อีกก้าวหนึ่งในวงการ และกลายเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่อีกครั้งที่สามารถทำให้เทคโนโลยีในประเทศของตนกลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ ต่อมา TSF-X เครื่องที่2 นั้น เพื่อเพิ่มอัตราการตอบสนองต่อนักบินให้สูงขึ้นจึงทำการเปลี่ยนมาใช้ระบบ Operation By Light ติดตั้งระบบเดต้าลิงค์ในการส่งถ่ายข้อมูลระหว่างการรบอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความสามารถในการบันทึกข้อมูลการเคลื่อนไหวของเอย์ชิลงสู่ระบบของเครื่อง (เซ็นจุตสึกิที่อยู่กับนักบินคนเดิมนานๆเข้า เมื่อในเครื่องได้รับบันทึกแพทเทิร์นการเคลื่อนไหวจากชุดนักบินมาแล้วจะทำให้สามารถตอบสนองต่อการควบคุมได้ดีกว่าการย้ายไปขับเครื่องใหม่โดยที่ยังไม่ได้ทำการบันทึกข้อมูลแพทเทิร์นของนักบินคนนั้นๆเสียก่อน แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงไม่สามารถควบคุมได้ดี แต่จะไม่ดีเท่ากับเครื่องที่ติดตั้งข้อมูลแล้วในรูปแบบออโต้ ส่วนในการจะให้ตอบสนองได้ดั่งใจนั้นมีแต่ต้องบังคับแบบฟูลแมน่วลไปก่อนเท่านั้น) เมื่อได้เทคโนโลยีเหล่านี้มาแล้วนั้น TSF-X เครื่องที่2 นี้จัดว่าผ่านเกณฑ์ของยุคที่ 2 จึงสามารถเรียกว่าเป็นเซ็นจุตสึกิยุคที่3 ได้ และมีคนพูดไว้ว่า “จะให้เป็นแค่เครื่องทดสอบเทคโนโลยีเฉยๆก็น่าเสียดาย แถมเครื่องฝึกซ้อมสำหรับยุคที่3 ก็จำเป็น” มันจึงถูกตั้งเป้าให้กลายเป็นเครื่องสำหรับนักเรียนทหารตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

 

ในประวัติศาสตร์ของเซ็นจุตสึกินั้น รุ่นที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ใช้ในการฝึกซ้อมมีเพียง T-38 ทาลอน ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทนอส ร็อค เพื่อใช้เป็นเครื่องฝึกซ้อมสำหรับทหารเก่าที่เคยเป็นนักบินเครื่องบินรบมาก่อน (ในภายหลังถูกพัฒนาเป็น F-5 ฟรีด้อมไฟเตอร์) เท่านั้น นอกจากนี้ก็ไม่มีรุ่นไหนอีกเลยที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการฝึกซ้อมทหารใหม่ และในการฝึกสอนนั้นมักจะใช้ F-4 แฟนท่อม หรือ F-5 ฟรีด้อมไฟเตอร์ ที่ตกรุ่นและมีราคาถูกแทนเสียมาก (ยกเว้นในบางกรณี เช่น ญี่ปุ่นใช้เกคิชินตามที่เห็นในอนิเม หรือหลักสูตรท็อปกันของฐานทัพแลงเล่ย์ที่อเมริกา ซึ่งใช้เครื่องประสิทธิภาพสูงอย่างF-15E สไตรค์อีเกิ้ลในการฝึกซ้อมแทน) โดยในรุ่นที่เอามาใช้ในการฝึกสอนนั้นจะปรับแต่งให้ระบบรักษาชีวิตนักบินและระบบดีดตัวนั้นมีประสิทธิภาพเทียบเท่าเครื่องรุ่นใหม่ๆ ซึ่งตามจริงแล้วนั้นญี่ปุ่นจะใช้เกคิชินในการฝึกสอนต่อก็ทำได้ หากแต่ประสิทธิภาพของเกคิชินและชิรานุยนั้นต่างกันจนเกินไป และจะให้ฝึกกับชิรานุยที่เป็นเซ็นจุตสึกิยุคที่3 ที่มีราคาแพงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม รวมถึงการนำเครื่องรุ่นล่าสุดที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับพร้อมรบเต็มที่มาใช้นั้นมีเความเสี่ยงสูงอีกทั้งยังต้องใช้ความพยายามมากจนเกินไปสำหรับทหารใหม่ และตอนนี้เองก็ยังไม่มีรุ่นที่ไว้อุดช่องว่างในจุดนี้อยู่ จึงเป็นหน้าที่ที่ทีมพัฒนาต้องเติมเต็มในช่องว่างนี้

 

ในตอนที่ประกาศแนวทางนี้นั้นก็มีมากมายที่เห็นตามด้วย ทว่าในตอนนั้นเองที่ชิรานุยเสร็จสิ้นและได้เริ่มทำการผลิตนั้น ทีมพัฒนาได้เปลี่ยนแผนกลางทาง จากแทนที่จะพัฒนาTSF-X หมายเลข2 ให้กลายเป็นฟุบุกิ ต่างก็ลงความเห็นกันว่าแทนที่จะออกแบบขึ้นใหม่อีกตัว ก็ให้นำTSF-X เครื่องที่6 ซึ่งเป็นต้นแบบของชิรานุยมาลดสเป็คแล้วถอดสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อการฝึกซ้อมออก แล้วนำเข้าสู่การผลิตทั้งอย่างนั้นไปเลย เนื่องจากเป็นเครื่องที่พร้อมสำหรับการผลิตแล้วจึงแทบจะไม่ต้องทำการทดสอบภาคสนามเพิ่มเติม อีกทั้งยังใช้ชิ้นส่วนร่วมกันกับชิรานุยประมาณ60% ทำให้การผลิตสามารถทำควบคู่ไปกับชิรานุยได้จึงสามารถผลิตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และในปี1997 ฟุบุคิก็เริ่มเข้าสู่สายพานการผลิตและถูกส่งมอบให้กับกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น

 

ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ ฟุบุคิจึงถูกเรียกว่าเป็นเครื่องที่เป็นเหมือนแม่ของชิรานุยทั้งที่เข้าสู่การผลิตล่าช้ากว่า (ต่อยอดจากต้นแบบของชิรานุย) เป็นเซ็นจุตสึกิยุคที่3 รวมถึงเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของญี่ปุ่น

 

ในด้านสเป็คของฟุบุคินั้น แม้ว่าจะจัดว่าอยู่ในยุคที่3 เพราะเทคโนโลยีที่ใช้ แต่เมื่อเทียบกับรุ่นประจำการหลักอย่างชิรานุยแล้วฟุบุคิถือว่ามีสเป็คพื้นฐานที่ต่ำกว่ามาก (และแย่ยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับทางอเมริกา) แต่ก็ยังสูงกว่าเกคิชิน กองทัพจึงมีนโยบายให้ใช้งานฟุบุคิในการรบจริงได้หากเกิดภาวะฉุกเฉิน โดยฟุบุคิสามารถติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานของกองทัพญี่ปุ่นได้ทุกชนิดรวมถึงโฮมมิ่งมิสไซล์พ็อดติดไหล่ แต่ก็ยกเว้น S-11 เอาไว้

 

อนึ่ง หากเปลี่ยนเครื่องยนต์จัมป์ยูนิตของฟุบุคิไปใช้รุ่นเดียวกับชิรานุยแล้วนั้น ฟุบุคิจะมีสเป็คที่สูงขึ้นและเพียงพอจะใช้ในการรบหนุนหลังชิรานุยได้

 

นอกจากนี้ฟุบุคิเครื่องหนึ่งในกลุ่ม 207B ที่เป็นนักเรียนทหารที่ฐานทัพโยโกฮาม่านั้น ในเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ตั้งใจจะทิ้งยานขนส่งข้ามชั้นบรรยากาศ HSST ลงสู่ฐานทัพโดยกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการณ์อัลเทอเนทีฟ5 นั้น (เหตุการณ์นี้เกิดในโลกUnlimited เท่านั้น)  ฟุบุคิเครื่องของพลทหารทามาเสะ มิกิ ได้ถูกติดตั้งอาวุธทดสอบ “OTH(Over The Horizon) Cannon” ปืนใหญ่ฝ่าชั้นบรรยากาศขนาด 1,200 มม. ที่ออกแบบมาไว้สำหรับยิงสกัดไฮว์ที่กำลังตกสู่โลกโดยไม่ต้องใช้ขีปณาวุธนิวเคลียร์ และมีไว้ยิงจู่โจมไฮว์จากระยะไกล เนื่องจากหากใช้รูปแบบการทำงานเช่นเดียวกันกับปืนใหญ่ปกตินั้นจะทำให้ไม่มีอำนาจทะลุทะลวงและระยะยิงมากเท่าต้องการ ภายในกระบอกปืนจึงประกอบด้วยตัวจุดระเบิดและดินปืนจำนวนมากเป็นช่วงๆ เพื่อใช้ในการเร่งความเร็วของกระสุนให้อยู่เหนือมัค 5 โดยหลังจากลั่นไกแล้วคอมพิวเตอร์ในตัวปืนจะทำการคำนวนระยะเวลาแล้วทำการจุดระเบิดในช่วงที่2 และไล่ไปเรื่อยๆจนกว่ากระสุนจะพุ่งออกจากปากกระบอก และด้วยเหตุที่ว่ามียิงเป้าหมายในพิสัยไกลมากๆนั้นตัวปืนยังคงความสามารถในการเชื่อมต่อกับดาวเทียมเพื่อล็อคเป้าหมายได้ ทว่าเนื่องจากการใช้ดินปืนจำนวนมากในการจุดระเบิดให้ได้มัค 5 นั้น ผลข้างเคียงของมันคือการที่สภาพภายในลำกล้องจะได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดมหาศาล เช่นเดียวกันกับจรวด V3 ที่กองทัพเยอรมันเคยใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมื่อเกิดความเสียหายนั้นตัวปืนจะไม่สามารถยิงได้ด้วยความแม่นยำที่เท่าเดิมไปจนถึงไม่อาจใช้การได้ OTH แคนน่อนเลยถูกจำกัดการยิงไว้ที่ 3 นัดทั้งๆที่ตัวปืนสามารถบรรจุกระสุนได้ถึง 5 นัด เนื่องด้วยความไม่สะดวกเหล่านี้ OTH แคนน่อนจึงถูกระงับการผลิตลงไป

 

 

 

รูปแบบที่ปรากฏของฟุบุคิ

 

รุ่นUN

 

 

รูปแบบที่สหประชาชาติที่ประจำการที่ฐานทัพโยโกฮาม่าในญี่ปุ่นใช้งาน โดยทาสีUNบลู และได้ถูกใช้งานในสถานการณ์จริงโดยหน่วย 207B ในเหตุการณ์ก่อกบฏวันที่ 5 ธันวาคม และหนึ่งในนั้นคือเครื่องของพลทหารชิโรกาเนะ ทาเครุ ได้ใช้ในเป็นพาหนะของโชกุน โคบุอิน ยูฮิ ในการหลบหนีออกจากพื้นที่เสี่ยง และได้กลายเป็นเครื่องที่ใช้ในการนำตัวโชกุนเข้าเจรจากับผู้นำกองทัพปฏิวัติ ก่อนหน้านี้นั้น ฟุบุคิของหน่วย207A ได้ถูกส่งคืนกลับไปให้จักรวรรดิญี่ปุ่นแล้ว แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ พลทหารชิโรกาเนะได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของฟุบุคิที่เหนือกว่าที่ใครๆเคยคาดการกันไว้ด้วยOS XM-3 ที่เจ้าตัวและศรองผบ.โคซุกิ ยูโกะ ได้ช่วยกันพัฒนาขึ้นนั้น ฟุบุคิจึงถูกตีค่าใหม่ว่าไม่ใช่เพียงเครื่องซ้อมรบธรรมดาๆ อีกต่อไป

 

นักบินที่ปรากฏ

 

หน่วย 207B(ตอนนี้ทุกคนยังเป็นนร.ทหารเลยไม่ได้ใช้ยศร้อยตรี) ส่วนรูปขออนุญาตใช้ของเดิมนะครับ จะให้หาแบบชุดในช่วงนี้ก็ขี้เกียจ เหอๆ

 

มิทสุรุกิ เมย์ยะ

 

ซาคากิ จิสุรุ

 

อายามิเนะ เคย์

 

ทามาเสะ มิกิ

 

โยโรย มิโคโตะ

 

ชิโรกาเนะ ทาเครุ

 

 

 

รุ่นจักรวรรดิญี่ปุ่น

 


ทาสีตามรูปแบบปกติของจักรวรรดิเหมือนกับชิรานุย ไม่มีคามแตกต่างทางด้านของสเป็คเครื่องกับรุ่นที่UNใช้งาน โดยหนึ่งในนี้ได้ถูกใช้งานที่ฐานทัพยูคอน อลาก้า (สปอล์ย ในฐานะเครื่องฝึกซ้อมของร้อยตรียูยะ บริดจ์ เพื่อปรับพื้นฐานให้เคยชินกับเซ็นจุตสึกิของญี่ปุ่นก่อนจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการทดสอบชิรานุย นิกะตะ อย่างเต็มรูปแบบ จากปากคำของเจ้าตัวบอกไว้ว่าเป็นเครื่องที่หาความสมดุลไม่เจอเลยแถมบังคับยากเพราะเครื่องไม่แรงอีกด้วย)

 

นักบินที่ปรากฏ

 

อากอส1 ร้อยตรียูยะ บริดจ์

 

 

 

เครดิตเช่นเดิมครับผม

 

ปล.ถ้าแปลตามลำดับ ต่อไปมันจะเป็นชิรานุย นิกะตะ ที่จะสปอล์ยอนิเมซะเฮี้ยนถ้าจะเอาข้อมูลครบๆ คิดว่าจะให้ลุยไปเลย ข้ามไปตัวอื่นก่อน หรือว่ามีใครอยากได้ข้อมูลเบต้ากันบ้างครับ(ฮา)

edit @ 14 Jul 2012 19:36:16 by Replikia

Comment

Comment:

Tweet

ชอบดีไซน์ฟุบุกิ ถึงจะดูด้อยกว่าชิรานุยก็เหอะ
ก็พอเข้าใจยูยะมันที่ด่าฟุบุกิซะเสียTSF ก็คอนเซปท์มันคนละแบบกับของอเมริกาเลยนี่นะ F-15เครื่องแรงเน้น Hit&Run ไม่เน้นเข้าประชิด พอเจอสไตล์ญี่ปุ่นเน้นประชิดซึ่งต้องเคลื่อนไหวพลิกแพลง ต้องเน้นแมนนวล มันก็เหมือนขับเกียร์ออโต้แล้วมาขับกระปุกนั่นแหละ

#9 By bang04 on 2012-08-05 13:22

มาแล้ว แวะเข้าดูตลอดว่าข้อมูลตอนใหม่จะมาหรือยัง
แน่นเหมือนเดิม

#8 By kana-art on 2012-07-17 14:46

- ลุยทำชิรานุยนิกะตะไปเลยครับ ผมว่าในอนิเมทก็คงไม่สามารถทำออกมาได้ละเอียดเหมือนในนิยาย ส่วนตัวกำลังรอ total eclipse ที่จะทำลงเครื่อง x-box กับ ps3
- อันนี้เผื่อคุณReplikia สนใจก็ไปร่วมสนุกได้นะครับ
http://www.dekkhong.com/board/index.php?topic=2698.0

#7 By SHADOW (103.7.57.18|101.109.161.129) on 2012-07-15 18:47

โมเสร็จนานแล้วนะ!

#6 By Butter-T on 2012-07-15 01:12

โอ้วขอบคุณครับ ข้อมูลแน่นมากเลย แล้วอันต่อไปจะทำเกี่ยวกับรุ่นไหนต่อเหรอครับ หรือจะจัดสปอยภาค TE(ผมแอบหวังนิดๆนะเนี่ย อิอิ)
- ทำไปก็คงไม่ทันอนิเมเพราะมหาลัยก็ยุ่งๆน่ะครับ คงไว้รอฉายจบแล้วทำเปรียบเทียบว่าอนิเมกับนิยายต่างกันตรงไหนบ้างดีกว่า

F-18 ของหมึกจ๋าละ ยังไม่ได้แปลเลย แงๆ ; w ;
แล้วโมเสร็จแล้วหรือครับนั่น(ฮา)
- ผมยังไม่ได้ซื้อเลย รุ่นโปรดซะด้วย.....

- ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
- ถ้าไงลองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นสายอเมริกาพวก YF-22 N22YX กับ YF-23 BLACK-WIDOW2 PAV-1 SPIDER ก็ดีนะครับ
- พอดีเห็นทางญี่ปุ่นเหลือแค่ชิรานุยนิกะตะก็จะครบแล้วน่ะครับ(ฮา ไม่นับวาดะซึมิที่มันไว้ลงรวมกับอินทรูเดอร์ แล้วก็สุซาโนโอะที่....... โคตรพ่อโคตรแม่สปอยล์ย เหอๆ)

#5 By Replikia on 2012-07-14 23:12

- ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
- ถ้าไงลองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นสายอเมริกาพวก YF-22 N22YX กับ YF-23 BLACK-WIDOW2 PAV-1 SPIDER ก็ดีนะครับ confused smile

#4 By SHADOW (103.7.57.18|180.180.54.209) on 2012-07-14 22:08

F-18 ของหมึกจ๋าละ ยังไม่ได้แปลเลย แงๆ ; w ;

#3 By Butter-T on 2012-07-14 20:56

โอ้วขอบคุณครับ ข้อมูลแน่นมากเลย แล้วอันต่อไปจะทำเกี่ยวกับรุ่นไหนต่อเหรอครับ หรือจะจัดสปอยภาค TE(ผมแอบหวังนิดๆนะเนี่ย อิอิ)

#2 By paku (103.7.57.18|113.53.101.118) on 2012-07-14 20:28

จัดไปโด้คุง ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว!!!
ฟุบุกิเรอะ ถ้าเทียบก็คงประมาณ กันดั้มมาร์คทูสินะ
ข้อมูบเน้นปึ้กopen-mounthed smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Hagane F คุง on 2012-07-14 19:52