MUV-LUV

ชีวิตมหาลัยยุ่งมากกกกกกกกกกกกกกกกก(ฮา)

กองทัพบกอเมริกา

F-16 Fighting Falcon

[เจเนรัลไดโนมิคส์]


 

เนื่องจากเซ็นจุตสึกิยุคที่ 2 ของอเมริกาอย่างF-14 ทอมแคท และ F-15 อีเกิ้ล นั้นจะมีประสิทธิภาพที่สูง แต่ก็แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายใยการผลิตเองก็สูงเช่นเดียวกัน ทางฝ่ายวางแผนการป้องกันประเทศเห็นว่าไม่อาจหวังพึ่งเพียงแต่ประสิทธิภาพได้แต่ยังต้องมีจำนวนที่เหมาะสมด้วย จึงได้เกิดแนวคิด Hi-Low Mix (แบบเดียวกับโซเวียต) โดยเน้นการประจำการด้วยเซ็นจุตสึกิประสิทธิภาพสูง ส่วนช่องหว่างที่รอการทดแทนนั้นให้อุดด้วยเซ็นจุตสึกิราคาย่อมเยาที่ประสิทธิภาพใช้งานได้แทน โดย F-16 เป็นผลงานของเจเนอรัล ไดโนมิคส์(เจเนรัล ไดนามิคส์ในโลกจริง) อเมริกา

 

สำหรับแผนงานในการพัฒนาเซ็นจุตสึกิจำนวนมากนั้น ได้ใช้ชื่อว่า LWTSF (Light Weight Tactical Surface Fighter) ซึ่ง F-16 ไฟท์ติ้งฟาลค่อนก็เป็นผลลัพธ์จากโครงการนี้ โดยไฟท์ติ้งฟาลค่อนนั้นจัดเป็น Low ของ Hi-Low Mix โดยในปี1986 นั้นก็ได้เริ่มเข้าประจำการในกองทัพอเมริกา ไม่เพียงแค่นั้น ไฟท์ติ้งฟาลค่อนยังเป็นรุ่นที่นานาประเทศเลือกใช้แทน F-4 แฟนท่อม และ F-5E ไทเกอร์ II ที่เริ้มล้าสมัย เนื่องจากออกแบบให้เป็นเซ็นจุตสึกิน้ำหนักเบาจึงค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องการปรับปรุงเพิ่มเติมจากโครงสร้างที่มีขนาดเล็กทำให้ต่อเติมแบบขยายขนาดได้ยาก แต่ด้วยสถิติจากการรบจริงที่ได้แสดงให้เห็นทั้งความคล่องตัวที่สูง และสามารถรบได้ในทุกระยะ จนท้ายที่สุดแล้วก็ปรากฏทั้ง จางจิ จูวกะตะ ของประเทศจีน หรือลาวี่ของอิสราเอลที่เป็นรุ่นปรับปรุงโครงสร้างภายนอกขนานใหญ่ อีกทั้งเมื่อเทียบกับ F-15 แล้วการดัดแปลงยังทำได้ง่ายกว่ากันมาก ทำให้การพัฒนาไฟท์ติ้งฟาลค่อนที่เคยคาดกันว่าจะยากนั้นกลายเป็นเรื่องง่ายไปเลยด้วยการพัฒนาต่อในแนวทางของเซ็นจุตสึกิน้ำหนักเบาเช่นเดิม

 

จุดเด่นของไฟท์ติ้งฟาลค่อนนั้นคือน้ำหนักที่เบา ราคาถูก ความคล่องตัวสูง สามารถซ่อมแซมและหาอะไหล่ได้ง่าย ส่วนหัวมีความคล้ายคลึงกับ F-14 และ F-15 เป็นอย่างมาก ส่วนบล็อกไหล่นั้นมีหลากหลายแบบตามแต่ละประเทศที่ใช้งานเหมือนกับ F-4 แฟนท่อม(ถ้าสังเกตจะพบว่าสายแฟนท่อมนั้น แฟนท่อม บาบาไลก้า ซุยคาคุ โครงสร้างพื้นฐานจะเหมือนกันแต่ไหล่จะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน) และบล็อกไหล่ของF-16 ตั้งแต่บล็อก 52/D เป็นต้นไปนั้น ส่วนไหล่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มเชื้อเพลิงและระยะเวลาปฏิบัติการณ์

 

อาวุธของF-16 นั้น เนื่องจากมีการใช้อย่างแพร่หลายในนานาประเทศ จึงสามารถพบเห็นF-16 ถืออาวุธในรูปแบบที่แตกต่างกันได้มากมาย โดยอาวุธติดตัว เนื่องจากดีไซน์ดั้งเดิมโดยอเมริกาที่เน้นการต่อสู้จากระยะไกล ฟาลค่อนจึงมีเพียงแค่มีดสั้นที่เก็บไว้ในไนฟ์ชีทตรงหัวเข่าเท่านั้น

 

อนึ่ง ไฟท์ติ้งฟาลค่อนนั้นมีชื่อเล่นอย่างไม่เป็นทางการว่าไวเปอร์ในขณะที่ยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์

 

รุ่นที่ปรากฏ

 

F-16A ไฟท์ติ้ง ฟาลค่อน


รุ่นผลิตใช้งานรุ่นแรกที่พัฒนาถัดมาจาก F-14 และ F-15 โดยเจเนรัลไดโนมิคส์ในปี 1986 เป็นรุ่นที่มีจำนวนมากที่สุดและเป็นพื้นฐานในการพัฒนาลาวี่ของอิสราเอล และจางจิ จูกะตะ ของจีน

นักบินที่ปรากฏ

วีรบุรุษแห่งโรเดส ร้อยเอกอิบราฮิม โดล (เคยขับในสมัยยังไม่มาเป็นคนคุมทีมอาร์กอส)

 

F-16C ไฟท์ติ้ง ฟาลค่อน


รุ่นพัฒนาซึ่งเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์จัมป์ยูนิต 110-GE-100 ที่ให้กำลังสูงกว่าแทนที่ของเดิม ในTE ถูกใช้งานโดยหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ 37 ของฐานทัพยูคอน “แอสไทรอา” ก่อนจะถูกยึดไปใช้งานโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายในภายหลัง

นักบินที่ปรากฏ

จิเซล(หาภาพคุณเธอไม่ได้...)

 

F-16D Block 52 ไฟท์ติ้ง ฟาลค่อน

รุ่นอัพเกรดและขยายขนาดของไฟท์ติ้งฟาลค่อน โดยเพิ่มขนาดของส่วนไหล่และต้นขาช่วงล่าง โดยมีจุดประสงค์ในการบรรทุกเชื้อเพลิงเพื่อยืดระยะเวลาปฏิบัติการณ์เป็นหลัก

 

F-16F Block 60 ไฟท์ติ้ง ฟาลค่อน


มีชื่อเล่นอย่างไม่เป็นทางการว่า เดเซิร์ท ฟาลค่อน เป็น F-16 รุ่นที่ทันสมัยที่สุด ใช้เครื่องยนต์ General Electric F110-GE-132 และมีการใช้งานโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้น* (ในฉบับอนิเม ปรากฏในฐานะเครื่องของสาธารณรัฐเบเนลักซ์ และสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเป็น F-16F คือตัวหนังสือบนหน้าจอเท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นความผิดพลาดของทีมงานหรือเป็นการจงใจกันแน่ เนื่องจากในโลกจริงแล้ว F-16E/F นั้น เป็นรุ่นที่สร้างขึ้นเพื่อให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใช้งานเพียงผู้เดียวโดยไม่อาจขายให้ชาติอื่นได้)

 

F-16XL

ผลผลิตจากโครงการพัฒนาเซ็นจุตสึกิร่วม(โครงการDRTSF) ที่จัดตั้งขึ้นเนื่องจากปัญหาในด้านการผลิตเครื่องยุคถัดไปอย่าง F-22 แรปเตอร์ ที่ทั้งล่าช้าและยังสามารถผลิตได้ยากและไม่เพียงพอใช้งาน โดยแก้ปัญหาของไฟท์ติ้งฟาลค่อนที่มีมาตลอดในเรื่องของน้ำหนักบรรทุกและระยะเวลาปฏิบัติการณ์ด้วยการขยายโครงสร้างโดยรวมให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนไปใช้จัมป์ยูนิตขนาดใหญ่ที่มีกำลังขับสูง ทว่าในการคัดเลือกนั้น F-16XL ได้แพ้ให้กับ F-15E สไตรค์อีเกิ้ลและไม่ได้ถูกเลือกให้ผลิตจำนวนมาก ถึงอย่างนั้นข้อมูลของ F-16XL ก็ถูกนำไปใช้ในการพัฒนา F-35 ไลท์นิ่ง II ต่อไปในอนาคต

 

กองทัพบกอิสราเอล

Lavi

[IEI]


 

เซ็นจุตสึกิที่พัฒนาร่วมกันระหว่างอเมริกาและIEI (ของจริงคือ IAI) อิสราเอล โดยอิสราเอลนั้นจัดสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการยึดครองดินแดนคืนให้ได้ก่อนหน้าชาติอาหรับ(โดนเบต้ากินไปจะหมดโลกแล้วแต่ดูท่าอิสราเอลกับอาหรับในโลกนั้นก็ยังความสัมพันธ์ไม่เปลี่ยนแฮะ....) ซึ่งโครงการนั้นเริ่มขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายในการแก้ไขเรื่องความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดของเซ็นจุตสึกิอเมริกาที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำให้สูงขึ้น รวมไปถึงเพิ่มความคล่องตัวให้มากขึ้นไปอีก โดยในระหว่างการพัฒนานั้น หลังจากที่โครงการเสริมความแข็งแกร่งด้านการต่อสู้ประชิดตัวดำเนินไปได้ครึ่งทาง อเมริกาที่เปลี่ยนไปเห็นชอบกับการใช้ G บอมบ์ ในการทำลายBETA จึงไม่เห็นความสำคัญในการพัฒนาเซ็นจุตสึกิให้รบประชิดตัวได้ดีขึ้นจึงถอนตัวจากโครงการเสียกลางคัน ซึ่งงบประมาณนั้น 6 ใน 10 มาจากอเมริกา เมื่ออเมริกาถอนตัวไปแล้ว อิสราเอลที่มีงบประมาณไม่พอจึงไม่สามารถพัฒนาลาวี่ต่อให้เสร็จสมบูรณ์ได้ ทว่าในภายหลังได้นำแบบแปลนของลาวี่ไปให้กับจีนเพื่อแลกกับการพัฒนาร่วมกัน ซึ่งจีนที่ต้องการพัฒนาเซ็นจุตสึกิของตัวเองอยู่แล้วก็รับไว้ด้วยความเต็มใจ ในปี1994 ลาวี่จึงถูกนำเข้าประจำการได้เป็นผลสำเร็จ

 

แนวหน้าจีนหนึ่งเดียว

J-10 殲撃10  (จางจิ จูกะตะ) 

[IEI/เฉิงคู]

 


เซ็นจุตสึกิที่พัฒนาร่วมกันโดยเฉิงคู(เฉิงตูในโลกจริง)ของจีน และ IEI ของอิสราเอล โดยเริ่มเข้าประจำการในปี1994 พร้อมกันกับที่อิสราเอลนำลาวี่เข้าประจำการณ์ โดยเมื่อครั้งที่อเมริกาเสนอตัวเลือกมาระหว่าง F-16 และ F-18 นั้น จีนได้เลือกที่จะซื้อ F-16 ทว่ามันก็ยังไม่เหมาะสมกับการใช้งานกับแนวหน้าบนแผ่นดินใหญ่และถือว่าเป็นตัวเลือกที่ผิดพลาด จีนจึงตัดสินใจที่จะพัฒนาเซ็นจุตสึกิขึ้นใช้เอง ซึ่งในเวลานั้นก็ได้รับข้อเสนอมาจากอิสราเอลที่ยื่นแบบแปลนของ F-16 รุ่นใช้งานระยะประชิดตัวที่ไม่สามารถพัฒนาต่อได้มาให้ จีนจึงไม่ลังเลที่จะตอบรับข้อเสนอในการออกงบประมาณพัฒนาลาวี่ให้กับอิสราเอลแทนอเมริกาแลกกับเทคโนโลยีที่ได้รับ จึงเป็นที่มาของ J-10 จางจิ จูกะตะ โดยจัดว่าเป็น Low ของระบบ Hi-Low-Mix ของจีน(ซึ่งแต่เดิมก็เน้นใช้ชิ้นส่วนราคาถูกเพื่อผลิตมากๆ อยู่แล้ว แล้ว Low แบบใช้ชิ้นส่วนราคาถูกมันจะขนาดไหนกันนะ.....)

ส่วนที่แตกต่างจาก F-16 อย่างเห็นชัดคือ ส่วนแขนและหน้าแข้งที่ติดตั้งคาร์บอนเบลดเอาไว้ ส่วนหน้าอกและส่วนกระโปรงหน้าที่ติดตั้งรีแอคทีฟอาเมอร์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่นำมาจากลาวี่โดยตรง ส่วนหัวนั้นเป็นราวด์มอนิเตอร์ซึ่งเป็นจุดเด่นของเซ็นจุตสึกิของจีนที่เป็นเซอร์เซอร์ระยะใกล้แบบประสิทธิภาพสูง ด้วยประสิทธิภาพที่อยู่ในเกณฑ์รับได้ การดูแลรักษาทำได้ง่าย และมีค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำ จึงจัดว่าเป็นรุ่นหนึ่งในสายการผลิตของซีรี่ย์ F-16 ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็ว่าได้

 

รุ่นที่ปรากฏ

 

J-10 จางจิ จูกะตะ


รุ่นมาตรฐานทั่วไป

 

J-10X จางจิ จูกะตะ


รุ่นที่เสริมความสามารถในทุกด้านของจางจิจนถึงขีดสุดเท่าที่โครงสร้างจะรับไหว และจัมป์ยูนิตแบบร็อคเก็ตมอเตอร์ซึ่งเสริมประสิทธิภาพในการใช้งานระยะสั้นจนสุด เมื่อใช้งานคู่กับดาบยาว Type-77 แล้วนั้น สามารถจัดได้ว่าเป็นเซ็นจุตสึกิประสิทธิภาพสูงสำหรับการต่อสู้ระยะประชิดตัวรุ่นหนึ่งได้เลยทีเดียว อนึ่ง กำลังเครื่องของ J-10X เมื่อแกว่งดาบยาว Type-77 คู่กับเทคนิคการบังคับโดยการควบคุมคาบอนิค แอคทิวเอเตอร์ในตัวเครื่องให้ทำงานเหมือนแส้เพื่อส่งพลังงานจลน์ไปยังจุดเดียวนั้น มีแรงมากพอที่จะทำให้ข้อต่อของชิรานุย นิกะตะ ที่เป็นเครื่องของญี่ปุ่นที่โดดเด่นในการรบประชิดตัวเกิดความเสียหายได้จากการประดาบเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ถูกใช้งานโดยหน่วยเบ่าเฟงในอีเวนท์บลูแฟล็ค

นักบินที่ปรากฏ

เบ่าเฟง 1 ซุย ยี่เฟย

จากซ้ายมาขวา

หวัง เช่าเฟง, โล ยาฮัว, ลี ลินเมย์

เครดิตเช่นทุกรอบครับผม

http://i140.photobucket.com/albums/r36/seedfever/RN6sF_zpsdacb0317.jpg

ก่อนเข้าเรื่องขอบ่นซักนิด ใครไม่อยากอ่านข้ามไปได้เลยครับ ไม่สิ ข้ามได้เป็นดีถ้าไม่เกี่ยวข้อง(ฮา)

.

.

.

ผมเตือนแล้วนะครับ ใครไม่อยากอ่านผมบ่นรีบผ่านลงไปข้างล่างเดี๋ยวนี้(ฮา)

.

.

.

หายไปนานเนื่องจากชีวิตมหาลัย แถมหงุดหงิดกับพวกที่ทำเป็นอวดฉลาดทั้งที่ข้อมูลมั่วสุดขีดบ้าง จำอะไรผิดๆจากบอร์ดฝรั่งมาแล้วทำเป็นรู้มากบ้าง แล้วก็พวกที่อ่านแค่อ่านแค่สปอยแล้วทำเป็นรู้เยอะคิดว่าตัวเองแน่ พอบอกว่าที่พล่ามๆมานั่นผิดแล้วดันเถียงข้างๆคูๆ ไม่ก็หลุดไต๋ออกมาเองว่าเป็นพวกจำจากคนอื่นแล้วเอามาทำอวดเนี่ย... ในฐานะคนแปลนี่เสียกำลังใจฟร่ะครับ... ไม่ได้หมายถึงเว็บทางฟากฝรั่งไม่ดีนะ ยอมรับว่าหลายๆส่วน แปลแบบทำการบ้านมาดีมาก แต่กลับกันหลายๆ ส่วนนี่เขียนแบบเอาอารมณ์ไม่ก็อคติใส่เต็มที่ก็มี ถึงพักหลังจะเหลือน้